News

จับประเด็นเป็นข่าว : P2P lending สินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคล

ประเทศไทยกำลังจะมีบริการสินเชื่อระหว่างบุคคลทางออนไลน์ที่เรียกว่า P2P lending ความจริงสินเชื่อระหว่างบุคคลไม่ใช่เรื่องใหม่ เรามีสินเชื่อนอกระบบที่ให้กู้ยืมระหว่างบุคคลมานานแล้ว เมื่อมีระบบธนาคารธนาคารก็เข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างคนที่ต้องการเงินคือ ผู้กู้กับคนที่มีเงินให้กู้คือ ผู้ฝากเงิน

ในยุคดิจิทัล ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ทำให้มีการสร้างแอปพลิเคชันระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้น เป็นช่องทางให้ผู้ต้องการกู้เงิน และผู้ต้องการให้กู้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และตกลงทำสัญญากู้เงินในระบบออนไลน์ได้

โดยแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคล จะเป็นตัวกลางบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงจัดทำสัญญากู้ยืม และเรียกเก็บเงินจากผู้กู้ ส่งผ่านไปให้ผู้ให้กู้ ซึ่งทั้งผู้ที่ต้องการกู้เงิน และผู้ต้องการปล่อยกู้ ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดของตนเข้าระบบ

บนแพลตฟอร์มจะเห็นข้อมูลการขอกู้เงิน เช่น จำนวนเงินกู้ที่ต้องการรวมถึงระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย และข้อมูลของผู้ให้กู้ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต้องการและจำนวนเงินที่ให้กู้ โดยข้อมูลของผู้ขอกู้เงินจะถูกเปิดเผยแก่ผู้ให้กู้ในระบบ เมื่อความต้องการตรงกัน จะเกิดการจับคู่ระหว่างผู้ให้กู้กับผู้ขอกู้

ในต่างประเทศ P2P lending พบปัญหาหนี้สูญ และมีการหลอกลวง อย่างกรณีผู้บริหารแพลตฟอร์มในจีนหอบเงินหนีไป ธนาคารกลางจีนต้องสั่งปิดแพลตฟอร์มหลอกลวงไป แต่จีนก็ยังเป็นประเทศที่มีแพลตฟอร์ม P2P lending มากที่สุดในโลก กว่า 1,000 แพลตฟอร์ม

ในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทางออนไลน์ โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลาง เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

สินเชื่อออนไลน์นี้ ผู้ขอกู้เงินเพื่อการบริโภค จะกู้ได้ 1.5-5 เท่าของรายได้ ส่วนการกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ กู้ได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท ในส่วนของผู้ให้กู้จำกัดวงเงินให้กู้ได้ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี แต่ผู้ให้กู้ที่เป็นสถาบันไม่จำกัดวงเงิน โดยสินเชื่อออนไลน์จะคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ต่อปี

สำหรับผู้สนใจจัดทำแพลตฟอร์ม P2P lending ต้องเป็นนิติบุคคลมีคนไทยถือหุ้น 75% ซึ่งต้องผ่านการทดสอบจากศูนย์ทดสอบนวัตกรรมการเงิน หรือแซนด์บ็อกซ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกระทรวงการคลัง

การกำหนดหลักเกณฑ์ P2P lending ก็เพื่อกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจให้มีความมั่นคง และคุ้มครองผู้ใช้บริการ แต่การได้เงินกู้ออนไลน์มาง่ายๆ อย่างรวดเร็ว อาจเกิดการขอสินเชื่อไปใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็น จนเกิดภาระหนี้สูงได้ ทางแพลตฟอร์มจึงควรมีคำเตือนผู้ขอกู้ด้วย

แม้ว่าหลักเกณฑ์ P2P lending จะออกมาแล้ว แต่ยังต้องรอให้ผู้ประกอบธุรกิจผ่านการทดสอบ และได้รับใบอนุญาตก่อน ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าทางเลือกใหม่สำหรับผู้กู้และผู้ให้กู้นี้ จะเป็นที่นิยมหรือไม่ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจกลายเป็นช่องทางหลักในการกู้เงินก็ได้