ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติ 32 สส.รัฐบาล และประเด็นข่าวอื่นๆ

วันที่ 27 มิ.ย. 2562 เวลา 01:04 น.

Views

ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง 41 สส. พรรคร่วมรัฐบาลถือหุ้นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ทำกิจการสื่อ โดยในจำนวนนี้มี 9 คน ที่ตรวจสอบแล้ววัตถุประสงค์ที่จดแจ้งบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อที่เข้าข่ายอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส.ต้องสิ้นสุด จึงให้ยกคำร้อง แต่อีก 32 คน รับไว้พิจารณาวินิจฉัยโดยให้ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงข้อกล่าวหา 15 วัน 

ส่วนคำขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุเชื่อได้ว่าเข้าข่ายประกอบธุรกิจสื่อหรือไม่ ต้องไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับชี้แจงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าได้มีการตรวจสอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มาก่อน และมีเอกสารประกอบคำร้องชัดเจน จึงมีเหตุอันควรสงสัยจึงสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย 

มติของศาลรัฐธรรมนูญทำให้พรรคร่วมรัฐบาลคลายความกังวลกับเสียงในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในการพิจารณากฎหมายสำคัญอย่างร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในเดือนหน้า หลังจากก่อนหน้านี้พรรคร่วมรัฐบาลกะเกร็งกันไม่ถูกว่าจะเดินหน้าอย่างไรหากมีมติสั่งให้ สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะขนาดยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เสียงพรรคร่วมรัฐบาลก็ถือว่าปริ่มน้ำอยู่แล้ว
  
เรื่องเสียงปริ่มน้ำ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แนะให้ สส.และรัฐมนตรีที่เป็น สส.ต้องรู้จักและทำหน้าที่ของตนเองด้วยการเข้าประชุมสภาเพื่อไม่ให้มีปัญหาองค์ประชุม หรือการลงมติต่างๆ ที่จะนำไปสู่การล้มคว่ำกลางสภา  
  
ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ก็มีมาตรการเข้ม โดยให้รัฐมนตรีที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้ได้ สส.บัญชีรายชื่อลำดับต่อไปขึ้นมาทำหน้าที่ สส.แทน ยกเว้นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคไม่ต้องลาออก

ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เต็มรูปแบบนัดแรกหลังจากรอมากว่า 5 ปี กระทู้แรกเป็นเรื่องโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.ที่ยังคงอำนาจของ คสช.ส่วนวาระรายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศ พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายกว่า 5 ชั่วโมง โดยเน้นที่ความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศ โดยจะต้องต่อกันในวันพรุ่งนี้ โดยเป็นคิวของฝ่ายรัฐบาลที่จะได้ชี้แจงกรณีถูกพาดพิง

ขณะที่ก็มีความชัดเจนแล้วเรื่องญัตติของฝ่ายค้านที่ขอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการสรรหา สว. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปรากฏว่าสภาไม่บรรจุเป็นวาระ เพราะเห็นว่าการสรรหา สว.เป็นอำนาจของ คสช.ที่สภาก้าวก่ายไม่ได้

อย่างไรก็ตาม 101 สส. ของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากเข้าข่ายเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งหรือไม่ด้วย

คำชี้แจงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่ระบุทรัพย์สินที่ยืมบุคคลอื่นมาจะต้องแจ้งในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ไม่เหมือนกับกรณีของนาฬิกายืมเพื่อนของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะได้คืนไปแล้วจึงไม่ได้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้แจงประเด็นนี้ว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าทรัพย์สินที่ยืมจากบุคคลอื่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ต้องนำมาแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งตามกฎหมายแล้วทุกคนต้องแสดงในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมด

ทั้งนี้ กรณียืมทรัพย์สินและมีการกล่าวหาร้องเรียน มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการยืมทรัพย์สินกันจริงหรือไม่ ป.ป.ช.จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี รวมถึงกรณีนาฬิกาหรูของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าพลเอกประวิตรยืมเพื่อนใส่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วคืนกลับไป จึงไม่เป็นทรัพย์สินของพลเอกประวิตรที่ต้องนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่อย่างใด