News

"บิ๊กแป๊ะ"เร่งความคืบหน้าคดีจ่านิวแต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจของกลุ่มคนร้าย

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เรียกประชุมเร่งความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายคดีจ่านิว ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจคนร้ายที่แน่ชัดว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่น ขณะที่แม่จ่านิวเผยอาการล่าสุดทรงตัวยังไม่พ้นขีดอันตราย

จากกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คนบุกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมถนนรามอินทรา ปากซอยรามอินทรา 109 ซอยพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าคดี โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุที่เกิดในพื้นที่สน.ห้วยขวาง และพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ว่าพฤติการณ์และกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว ส่วนแรงจูงใจนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตัดประเด็นประสงค์ต่อทรัพย์ทิ้งเนื่องจาก ทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของจ่านิวและตัวจะนิวเองก็ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีทรัพย์สิน ส่วนประเด็นอื่นๆก็ยังไม่ตัดทิ้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวการพนันชู้สาว และการเมือง

ส่วนกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น หากรู้สึกไม่ปลอดภัยสามารถเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลที่เกี่ยวข้องเช่น กรมคุ้มครองสิทธิ หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลได้ แต่ส่วนตัวอยากให้กลุ่มนักเคลื่อนไหว 8 ถึง 9 กลุ่ม เข้าไปต่อสู้ในสภา ไม่ใช่ออกมาต่อสู้บนท้องถนน เพราะการเคลื่อนไหวบนท้องถนน สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติ รวมถึงตำรวจก็ต้องจัดกำลังเข้าไปดูแล เป็นเหตุให้กระทบถึงการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น พรรคอนาคตใหม่ที่เคยออกมาเคลื่อนไหว แต่การเลือกตั้งมาถึงก็ได้รับความได้รับไว้วางใจจากประชาชน และเข้าไปต่อสู้ในสภา เป็นวิธีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกต้อง

ส่วนคดีนั้น มีการแบ่งหน้าที่ทำงานทั้งตำรวจในพื้นที่ สืบสวนนครบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่สามารถเปิดเผยความคืบหน้าได้ แต่ยืนยันว่ามีความคืบหน้าพอสมควร

ขณะที่โลกโซเชียล มีเดีย ได้มีการพูดถึงกลุ่มคนร้ายว่าเป็นคนในเครื่องแบบ ตนขอยืนยันว่ายังไม่มีการพูดถึงในประเด็นนี้หากมีการเชื่อมโยงหรือพูดถึงบุคคลที่ 3 หรือบุคคลมีสี ในคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการจับกุมต่อไป ส่วนกระแสเรียกร้องให้มีการปลดเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดนั้นเหตุ ตนคิดว่าคงต้องทำใจกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ แต่ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเต็มที่ ซึ่งอาจจะไม่ตรงต่อความต้องการของกลุ่มใด

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนทำการเปรียบเทียบเหตุการทำร้ายจ่านิว 2 เหตุการ พบความเชื่อมโยงหลายส่วน เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น รูปพรรณสัณฐานคนร้าย จำนวนผู้ก่อเหตุที่มี 4 คน รถจักรยานยนต์ที่ใช้ คือ ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเดียวกัน และเป็นที่น่าสงสัยว่ากล้องวงจรปิดทั้ง 2 เหตุการณ์มีลักษณะถูกเบี่ยงออกจากมุมเดิม ทำให้ไม่เห็นเหตุการณ์ขณะลงมือทำร้าย

ส่วนความคืบหน้าอาการของจ่านิว หลังย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นางสาวพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาจ่านิว เปิดเผยว่า ล่าสุดอาการของจ่านิวยังทรงตัว แต่ต้องเฝ้าดูอาการตลอดเวลา ซึ่งวันนี้ได้เข้ารับการผ่าตัดกระดูกบริเวณโพรงจมูก ที่ถูกตีจนยุบไปขวางระบบทางเดินหายใจ จึงงดให้เยี่ยมตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ส่วนเรื่องความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อเข้ามาเพื่อขอ สอบปากคำเบื้องต้นกับตัวจ่านิวแล้ว แต่ก็ได้ให้เลื่อนไปก่อนเนื่องจากจ่านิวยังคงมีอาการบาดเจ็บและยังไม่พร้อม ขณะที่เบื้องต้นครอบครัวได้ร้องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณารับคดีต่อไป นอกจากนี้คณะโฆษกและตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปเยี่ยมให้กำลังใจจ่านิว ล่าสุดจ่านิวได้ย้ายมารักษาตัวที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ด้าน พันตำรวจเอกทวี ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ เนื่องจากการเเสดงออกของจ่านิว เป็นการขอใช้สิทธิ์เรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะเป็นที่ไม่พอใจของผู้มีอำนาจ และสิ่งที่เกิดไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงอยากเรียกร้องข้าราชการทำงานที่ได้เงินจากภาษีของประชาชน ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เเละได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกันทุกคน ตนเชื่อว่าข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คงทำความจริงให้ปรากฎ อย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่ได้มาเรื่องการเมือง เเต่มาให้กำลังใจจ่านิวและครอบครัว ทั้งนี้พรรคประชาชาติเตรียมจะเสนอเป็นญัติใน สภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เเละทำความจริงให้ปรากฎ เเละจะเชิญฝ่ายความมั่นคงให้ร่วมเป็นคณะกรรมการ

ส่วนการที่ฝ่ายรัฐบาลตั้งข้อสังเกตุว่าทั้งๆที่ยังไม่ได้ตัวคนร้าย แต่ฝ่ายค้านและฝั่งตรงข้ามถึงพุ่งเป้ามาที่รัฐบาลเป็นผู้กระทำ นั้นพันตำรวจเอกทวี มองว่าสุดท้ายแล้ว ให้หลักฐานเป็นเครื่องพิสูจน์ ยืนยันไม่ได้กล่าวหาใคร และจ่านิวไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับใคร ขณะเดียวกันฝ่ายความมั่งคงก็ได้จับตาดูจ่านิวมาโดยตลอดแต่ทำไมถึงปล่อยให้มีช่องว่างให้จ่านิวถูกดักทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสได้ ทั้งนี้เชื่อว่าตำรวจมีศักยภาพพอ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นโอนคดีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับผิดชอบหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป