News

ตำรวจภูธรภาค 8 แจ้งความกลับ คดีอุ้มหนุ่มพัทลุงเรียกค่าไถ่ 1.5 ล้าน พบพัวพันยาเสพติด

ตำรวจภูธรภาค 8 แจ้งความกลับ กรณีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ว่าถูกอุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่ ที่แท้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างถึงเป็นตำรวจภาค 8 กำลังตามสืบสวนคดียาเสพติด  

จากกรณีญาติของ นายสิทธิเดช ทรงเดชะ อายุ 24 ปี ชาวบ้านในตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำปำ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินคดีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 8 คน ที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 อุ้มตัวขึ้นรถไปเพื่อเรียกค่าไถ่เงินจำนวน 1.5 ล้านบาท กระทั่งญาติได้ซ้อนแผนเข้าชิงตัว นายสิทธิเดช จากกลุ่มชายฉกรรจ์ออกมาอย่างปลอดภัย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ 

วานนี้ (4 ก.ค.) พันตำรวจตรีฤทธิไกร เหมทานนท์ สารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.นาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 33 ปี ชาวบ้านในตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง พร้อมพวก ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จึงทำให้ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ญาติและผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าเป็นคนอุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่นั้น เป็นตำรวจตัวจริงในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 

สืบเนื่องจากวันเกิดเหตุ พันตำรวจตรีฤทธิไกร เหมทานนท์ หัวหน้าชุด ได้นำกำลังลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดจาก นายสิทธิเดช โดยนัดให้คนสนิทนำยาบ้าที่ซ่อนไว้มามอบให้บริเวณถนนสายเอเซีย ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน ขณะตำรวจจอดรถรอรับของกลางยาบ้า นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 33 ปี ได้พาพวกประมาณ 20 คน ขับรถยนต์ 4 คัน เข้าปิดล้อม และยิงปืนใส่กลุ่มตำรวจ จนมีตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ปล้นอาวุธปืนและเงินสด ก่อนพากันหลบหนีไป จึงเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว     

กระทั่งในช่วงบ่ายวานนี้ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุริมถนนสายเอเชีย หมู่ 7 ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นจุดที่ พันตำรวจตรีฤทธิไกร อ้างว่าถูกกลุ่มของ นายเชาวลิต ทองด้วง เข้ามาชิงตัว นายสิทธิเดช และปล้นปืนก่อนหลบหนีไป โดย พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม 16 ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

ทั้งนี้ จะเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 และ นายเชาวลิต ผู้ถูกกล่าวหา มาสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง หากพบมีมูลความจริงก็จะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป