นักวิชาการแจงเหตุวาฬเกยตื้นตายช่วงมรสุม

วันที่ 5 ก.ค. 2562 เวลา 01:03 น.

Views

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า สถิติช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล โลมา พะยูน และวาฬ จำนวนมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารมีศักยภาพมากขึ้นทำให้รับรู้ข่าวสารได้รวดเร็ว 

ล่าสุด มีชาวบ้านพบลูกพะยูน เพศผู้ อายุ 3 เดือน ความยาว 111 เซนติเมตร รอบตัว 66 เซนติเมตร น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ทางศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต ได้รับมาดูแล ป้อนนมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด สาเหตุที่ลูกพะยูนกำพร้าแม่อาจเป็นเพราะแม่พะยูนตายหรือเกิดอุบัติเหตุพลัดหลงจากลมมรสุม แต่ไม่ใช่การทิ้งลูก
      
ที่จังหวัดกระบี่ ชาวประมงในอำเภอเกาะลันตา พบซากโลมาหัวบาตร ความยาว 133 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ลอยมาเกยตื้นบนหาด สภาพผิวหนังมีบาดแผลและเริ่มบวมอืด คาดว่าเกยตื้นตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็เพิ่งมีวาฬหัวทุย ลอยมาเกยตื้นที่หาดเกาะลันตาเช่นกัน เจ้าหน้าที่ได้ผ่าพิสูจน์ซากไปตรวจคาดว่าป่วยตายตามธรรมชาติก่อนจะถูกคลื่นซัดลอยมาติดที่หาด
    
โดยทางประมงจังหวัดกระบี่ ชี้แจงว่าช่วงนี้เป็นฤดูมรสุม พื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา สตูล และกระบี่ จะถูกลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดขยะและซากสัตว์เข้ามาติดชายฝั่ง ประกอบกับพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ทำให้มีสัตว์ทะเลหายากเข้ามาอาศัยมาก เมื่อเกิดลมมรสุมพัดจึงมีสัตว์ทะเลลอยมาเกยตื้นตายมากตามไปด้วย