News

จับประเด็นเป็นข่าว : ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โอกาสท่องเที่ยวไทย

ขณะนี้การท่องเที่ยวนับเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเริ่มส่งผลใช้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยลดลง แต่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังมีโอกาสขยายตัวได้ดี

ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยส่วนใหญ่ยังเน้นเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย หรือเน้นไปในทางรักษาโรค แต่กลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาโรคเท่านั้น ในอนาคตจะขยายไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพดีมากขึ้น ซึ่งมาท่องเที่ยว ต้องการการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น ทำให้โอกาสเจ็บป่วยน้อยลง เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ซึ่งมีการใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 50 %

ในปี 2560 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาเยือนมากเป็นอันดับ 4 ในเอเชียแปซิฟิก รองจากจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย Global Wellness Institute หรือ GWI คาดว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะขยายตัว 7.5 % ต่อปี สูงการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวทั่วไป คิดเป็นมูลค่าถึง 18 % ของการท่องเที่ยวทั้งหมด และประเมินว่าภายใน 3 ปีนี้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในตลาดเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตสูงสุดเฉลี่ยที่ 13 % ต่อปี

โดยนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้องการการดูแลสุขภาพภายนอก เช่น สปา, การฝึกซ้อมกีฬา, การออกกำลังกาย, อาหารเพื่อสุขภาพ และการดูแลสุขภาพภายใน เช่น การทำสมาธิ, วิปัสสนา, โยคะ เพื่อบำบัดความเครียด ซึ่งไทยได้เปรียบ เพราะคนไทยทำงานบริการได้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นที่ชื่นชอบของผู้มารับบริการ

ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่ต่างชาติรู้จักและมีบริการด้านสุขภาพ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งแพทย์แผนไทย และการนวดแผนไทย ซึ่งเป็นแต้มต่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องด้วย เช่น ธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม, ธุรกิจค้าปลีก และกิจการขนส่งต่างๆ พลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว

แต่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนอกจากการออกแบบแพคเกจบริการท่องเที่ยว ที่ทำให้มาคราวเดียวได้ทั้งท่องเที่ยวและการได้รับบริการทางสุขภาพแล้ว นักท่องเที่ยวมักเลือกจุดหมายปลายทางที่สะดวกในการเดินทาง มีสายการบินตรงไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องหลายต่อ และต้องการโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ทั้งการออกแบบ อาหารการกิน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้านสุขภาพ หลายโรงแรมเริ่มปรับตัวดึงผู้ประกอบการสปาหรือห้องออกกำลังกายที่มีชื่อเสียงเข้ามาเปิดในโรงแรม

หากมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คงต้องเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น