สนามข่าว 7 สี

เตือนภัย มิจฉาชีพรับซื้อข้าวเปลือก อ้างนำไปประกวด จ.ชัยภูมิ

นายอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ สั่งการให้ผู้นำชุมชนเฝ้าระวังภัย หลังได้รับแจ้งข้อมูลมีมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเกษตรอำเภอตระเวนรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวบ้าน โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุ     

มิจฉาชีพอ้างรับซื้อข้าวเปลือกไปประกวด จ.ชัยภูมิ
ทีมสนามข่าว 7 สี ลงพื้นที่บ้านผู้เสียหายในตำลบ้านเขว้า พบ นางแม่แก้ว บังสันเทียะ อายุ 79 ปี เล่าว่า ช่วงเช้าวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีชายแปลกหน้ามากันหลายคนขับรถกระบะสีบรอนซ์เงิน จำหมายเลขทะเบียนรถไม่ได้ ด้านท้ายกระบะรถมีคอกเหล็กสูง คลุมด้วยผ้าใบสีดำ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้าน โดยมีผู้ชาย 4 คน เดินลงมาสอบถามโดยอ้างว่าเกษตรอำเภอบ้านเขว้า สั่งให้มาซื้อข้าวเปลือก แล้วรีบเดินไปดูข้าวเปลือกในยุ้งข้าว แล้วเรียกพวกให้มาขนข้าวเปลือกขึ้นรถกระบะ แต่จังหวะนั้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเดินมาพบ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพตกใจรีบขับรถกระบะเผ่นหนี จึงมั่นใจมิจฉาชีพ พร้อมแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังนายอำเภอบ้านเขว้า

ด้าน นายอำเภอบ้านเขว้า จึงประสานให้ผู้นำชุมชนเฝ้าระวังมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงผู้สูงอายุขายข้าวเปลือก คาดหากเจรจาไม่สำเร็จ มิจฉาชีพจะย้อนกลับมาขโมยข้าวเปลือก ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้ในหลายหมู่บ้าน

ผู้เสียหายแจ้งความมิจฉาชีพหลอกทำงาน จ.นครราชสีมา
ที่จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน อยากหารายได้เสริม จึงรับงานฝีมือต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ไปทำที่บ้าน สุดท้ายถูกโกงเงินค่าจ้าง จึงรวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา โดยนำหลักฐานข้อความการพูดคุยข้อตกลงการจ้างงาน โดยมีค่าตอบแทนสูง 3 เท่า จูงใจผู้เสียหายหลงเชื่อโดยบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

กลุ่มผู้เสียหาย เล่าว่า เห็นข้อความโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าชวนเชื่อว่า มีงานฝีมือรับไปทำที่บ้านรายได้ดี เช่น งานบรรจุสบู่ใส่ถุง, เทียนหอม, บรรจุหลอดน้ำดื่ม ด้วยเห็นว่าเป็นงานสบาย สามารถทำที่บ้านเวลาไหนก็ได้ จึงติดต่อไปและโอนเงินเป็นค่าซื้ออุปกรณ์ส่งกลับมาให้ทำที่บ้าน เมื่อทำเสร็จแล้วก็ส่งกลับไปยังบริษัท แรก ๆ รายกำไรตามที่บริษัทดังกล่าวระบุไว้ ทำให้ผู้เสียหายหลายรายจึงเพิ่มการลงทุน ซื้ออุปกรณ์มาทำให้ได้จำนวนมากกว่าช่วงแรก แต่เมื่อทำเสร็จส่งของกลับไปให้บริษัท กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงิน แถมไม่สามารถติดต่อได้ จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามมิจฉาชีพมาดำเนินคดี 

มิจฉาชีพหลอกซื้อสุกร หลบหนีจะไม่จ่ายเงิน จ.บุรีรัมย์
ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดเหตุสามีภรรยาคู่หนึ่งถูกมิจฉาชีพ ทำทีเข้ามาติดต่อซื้อหมูปแล้วโกงตาชั่ง พอเจ้าของหมูทักท้วงมิจฉาชีพกลับแสดงท่าทางไม่พอใจเดินขึ้นรถกระบะ ก่อนขับหลบหนี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านหนองไทรงาม ตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง

นางสาวอรุณ สุพรรณ อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมิจฉาชีพเข้ามาติดต่อซื้อสุกรที่เลี้ยงไว้ในคอก โดยตกลงราคากิโลกรัมละ 70 บาท จากนั้นมิจฉาชีพเข้ามาจับหมูในคอกใส่กรงขึ้นชั่งน้ำหนัก พอเสร็จได้ออกอุบายบอกว่าจะขับรถไปจอดบริเวณหน้าบ้านให้เธอตามไปคุย จากนั้นอ้างว่าหักน้ำหนักกรงออกแล้ว ทำให้น้ำหนักสุกรเหลือเฉลี่ยตัวละประมาณ 50 กิโลกรัม รวม 5 ตัว จึงจ่ายเงินให้แค่ 17,000 บาท เธอและสามีจึงทักท้วงว่าราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะที่ผ่านมาเลี้ยงสุกรขายมา 7 รุ่น ขายยกคอกครั้งละ 5 ตัว ไม่เคยได้ราคาต่ำกว่า 30,000 บาท กลุ่มมิจฉาชีพจึงไม่พอใจพากันเดินขึ้นรถ ทั้งที่ยังไม่จ่ายเงิน นาทีนั้นมั่นใจว่าต้องถูกโกงอย่างแน่นอน จึงกระโดดเกาะโซ่ท้ายรถกระบะยื้อยุดกับมิจฉาชีพ จนเธอหล่นจากท้ายรถกระบะ และเรียกให้ชาวบ้านช่วยกันขวางรถกระบะของมิจฉาชีพไว้

ที่สุดมิจฉาชีพโยนเงินปึกหนึ่งให้ล่วงเกลื่อนถนน ชาวบ้านจึงช่วยเก็บ และนับรวมได้จำนวน 15,000 บาท

อีกอุทาหรณ์ที่นำมาเตือน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรควรระวังเพื่อป้องกันถูกหลอก สูญทั้งสุกร และเงิน