กู้ภัยเล่านาทีพบศพ สาว 24 ปี เหยื่อศาลาริมน้ำแม่กลองถล่ม ติดใต้ซาก

วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 06:50 น.

Views

ในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถค้นหาและกู้ร่างหญิงอายุ 24 ปี ผู้สูญหายคนสุดท้ายจากเหตุการณ์ศาลาริมแม่น้ำแม่กลองถล่มที่จังหวัดสมุทรสงคราม ขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ 

วานนี้ (17 ก.ค.) เป็นวันที่ 2 กับปฏิบัติการค้นหาร่าง นางสาวพรพิไล เสือเล็ก อายุ 24 ปี ผู้สูญหายรายสุดท้ายจากเหตุการณ์ศาลาริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งอยู่ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พังถล่ม โดยปฏิบัติการค้นหาเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งช่วงเที่ยง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม แถลงว่าทีมนักประดาน้ำได้พบร่างของนางสาวพรพิไล ติดอยู่บริเวณใต้ฝ้าเพดานของศาลา มีสิ่งของทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ของร้านอาหารปิดทับร่างอยู่

เมื่อทราบพิกัดที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการกู้ร่างผู้สูญหายรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ แม้จะมีฝนตกเป็นอุปสรรคให้ทำงานยากขึ้น จนเจ้าหน้าที่ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดธูป 16 ดอก ขอให้ปฏิบัติภารกิจลุล่วง โดยปฏิบัติการดังกล่าวต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง กระทั่งค่ำยังไม่สามารถกู้ร่างนางสางพรลิไลขึ้นมาได้ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับทีมกู้ภัยได้ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดด้านข้อมูลเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หลายชุด จึงทำให้เกิดความสับสน โดยยังไม่สามารถระบุพิกัดของผ้สูญหายว่าอยู่จุดใดได้ แต่อย่างไรก็ไม่ทำให้ความหวังของญาติที่จะพบร่างผู้สูญหายลดน้อยลง ยังคงปักหลักเฝ้ารอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่อไป 

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. นายสุเมธ ธีรนิติ ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลการค้นหาว่าพบร่างนางสาวพรพิไล ผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายแล้ว โดยใช้สลิงจากรถเครนดึงส่วนคานปูนซีเมนต์ และสิ่งของที่มีน้ำหนักมากที่อยู่ภายในศาลาที่ถล่ม เพื่อเปิดช่องให้นักประดาน้ำประดาน้ำเข้าไปนำร่างผู้สูญหายออกมา และนำขึ้นฝั่งได้สำเร็จ จากนั้นจึงนำร่างส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพระพุทธเลิศหล้า ทันที

นายผดุงศักดิ์ อัตถาผล อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา ผู้ที่พบร่างนางสาวพรพิไลเป็นคนแรก กล่าวว่าขณะดำน้ำลงไปค้นหาด้วยความลึกกว่า 10 เมตร เพื่อเข้าไปยังจุดที่คาดว่าเป็นจุดที่มีร่างนางสาวพรพิไลอยู่ โดยดำน้ำลงไปค้นหาถึง 3 ครั้ง ในที่สุดก็จะเจอ และพยายามใช้ตัวดันร่างผู้สูญหายให้ลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อขึ้นขึ้นฝั่งได้สำเร็จ

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม สั่งระงับใช้พื้นที่อาคารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุหวั่นเกิดอันตรายซ้ำรอย ทั้งยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบบ้านและร้านค้าที่อยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ถ้าพบว่าโครงสร้างไม่มีความแข็งแรงให้เร่งซ่อมแซมหรือรื้อถอนทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินขึ้นอีก เบื้องต้นพบข้อมูลในเขตเทศบาลสมุทรสงคราม มีบ้านที่รุกล้ำลำน้ำเกือบ 1,000 หลัง ที่ต้องตรวจสอบ

Tag : สนามข่าว 7 สี ศาลาริมแม่น้ำแม่กลองถล่ม ศาลาแม่น้ำแม่กลองถล่ม ศาลาถล่ม ศาลาพัง แม่น้ำแม่กลอง