วิศวกรรมสถานฯ ชี้ชัด ศาลาริมน้ำคู่แฝด ไม่ปลอดภัย ต้องทุบทิ้ง

วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 15:33 น.

Views

18 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายช่างใหญ่นิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ศาลาริมแม่น้ำแม่กลองถล่ม เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน โดยนอกจากจะดูตรงจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งเคยมีศาลาริมน้ำปลูกสร้างไว้ แต่ปัจจุบันไม่เหลืออะไรแล้วนั้น ยังได้ลงไปตรงโป๊ะริมแม่น้ำ เพื่อดูลักษณะของเสาเข็มที่ใช้ปลูกสร้างศาลาอีกหลังหนึ่งที่ยังคงเหลือไว้อยู่ เพราะศาลา 2 หลังนี้ มีการปลูกสร้างมาพร้อมกัน และลักษณะเดียวกันโดยปลูกมานานกว่า 40 ปีแล้ว

รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบในวันนี้ก็พบสาเหตุที่ทำให้เกิดการพังทลายของศาลาริมน้ำ โดยเบื้องต้นอันดับแรกมาจากเสาเข็มที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งสมัยโบราณจะใช้เสาเข็มยาวๆ ตอกลงไปในดิน โดยเสาเข็มต้นหนึ่งนั้น จะมีส่วนหนึ่งถูกตอกอยู่ในดิน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งโผล่ขึ้นมาบนดิน จากนั้นก็ใช้เสาเข็มส่วนที่โผล่มาเป็นเสาของศาลาด้วย ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะเป็นการออกแบบให้เสาเข็มรับน้ำหนักได้ในแนวดิ่ง แต่ศาลานี้พอสร้างมาหลายสิบปี ดินที่ริมตลิ่งซึ่งมีขนาดความสูงไม่เท่ากัน ก็จะทำให้เสาเข็มค่อยๆ เอียง โดยตรงนี้จากร่องรอยที่เห็นอยู่แล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ศาลาเคลื่อนออกมาจากกำแพงกันดินที่สร้างไว้อย่างมั่นคงแข็งแรง จนเกิดเป็นแรงกระทำต่อเสาเสาเข็มในลักษณะที่แตกต่างจากที่ออกแบบ ประกอบกับเสาเข็มที่เป็นเสาอาคารก็ผุพังไปมากจนเห็นสนิม คอนกรีตแตก เหล็กเป็นสนิมมาก สภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว ยิ่งมีแรงกระทำที่ผิดไปจากที่ออกแบบด้วยนั้น คืออาคารเอียง ก็ทำให้น้ำหนักเสาเข็มรับน้ำหนักไม่ไหว และในวันเกิดเหตุยังมีผู้คนมาจำนวนมาก ก็เลยเกิดการพังทลายลงไป

รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนอาคารที่เหลืออีกหลังหนึ่งที่ยังคงเห็นกันอยู่นี้ ก็ต้องเอาวิศวกรมาประเมินมาตรวจว่า สภาพเป็นอย่างไร และควรจะซ่อมยังไงบ้าง แต่เท่าที่ดูด้วยตาแล้ว เห็นว่า ควรจะต้องเลิกใช้แล้วตอนนี้ ควรจะทุบทิ้งมากกว่าที่จะซ่อม เพราะเสาคอนกรีตผุพังไปเยอะ เหล็กเป็นสนิมก็มาก แล้วศาลาก็ยังเอียงออกมาเล็กน้อย ที่สำคัญคือ การที่ไม่เห็นว่าส่วนของเสาเข็มเฉพาะส่วนที่ฝังดินลงไปนั้นมากน้อยแค่ไหนแล้วอยู่ในสภาพอย่างไร ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยก็ควรให้รื้อทิ้งดีกว่า

รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะที่บ้านเรือนประชาชนและสิ่งปลูกสร้างริมแม่น้ำแม่กลองนั้น ก็ควรที่จะต้องมีการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ แต่สำหรับในส่วนของบ้านเรือนประชาชนที่เป็นการปลูกสร้างด้วยไม้นั้น หากเกิดเหตุวิบัติเช่นนี้ ก็เชื่อได้ว่าการสูญเสียจะน้อยกว่าอาคารปูน เพราะโครงสร้างเบากว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันไว้ดีที่สุด คือ เจ้าของสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายต้องพยายามสังเกตว่า บ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของตนเองนั้น มีลักษณะผิดไปจากเดิมหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดปกติก็ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

Tag : ศาลาริมน้ำถล่ม แม่กลอง