ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดลพบุรี

เวลา 09.09 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แห่งที่ 2 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่ 213 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่โรงเรียนวินิตศึกษา แห่งที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ตำบลท่าหิน ให้สามารถรองรับนักเรียนที่เพิ่มขึ้น และมีประสิทธิภาพในการเรียนการสอน โรงเรียนนี้ตั้งขึ้นโดยดำริพระพุทธวรญาณ อดีตเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2489 ต่อมาในปี 2534 ทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ ที่ผ่านมามีการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียน 4,440 คน มีพระเทพเสนาบดี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

จากนั้น ทอดพระเนตรศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ที่ได้น้อมนำหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ เพื่อให้นักเรียนมีทักษะทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างอาชีพและรายได้ เช่น โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ที่มุ่งเน้นปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค และรักษาสภาพแวดล้อม, โครงการทำนาเพื่อเป็นอาหาร ด้วยการโยนกล้า ซึ่งประหยัดต้นทุน และลดแรงงาน เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาจากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เห็นคุณค่าของเกษตรกรไทย, โครงการเรียนรู้การทำไข่เค็มดินสอพองตำรับเมืองลพบุรี, โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยปลูกพืชใช้สอย ไม้กินผล ป่าเศรษฐกิจ และพืชผัก เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ บนพื้นฐานความต้องการด้านเศรษฐกิจและสังคม, โครงการเรียนรู้พลังงานทดแทนพลังงานแสงอาทิตย์ มีการเรียนรู้การนำพลังงานแสงอาทิตย์ มาผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ในโรงเรียน และเพื่อการเกษตร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายภายในโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้กลาง โรงงานแปรรูป มีการจัดการเรียนรู้ในการนำผลผลิตทางการเกษตรไปแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ อาทิ กล้วยฉาบ และกล้วยตาก, โครงการบริหารจัดการขยะเพื่อปลูกจิตสำนึกในการสร้างคุณลักษณะนิสัยที่ดี โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมนักเรียน และราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

เวลา 12.57 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู ซึ่งมีเด็กอายุ 2 ขวบ 6 เดือน ถึง 3 ขวบ อยู่ในความดูแล 48 คน เน้นการดูแลและส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการเติบโตตามวัย ในการนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ซึ่งได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริแก่ศูนย์ฯ และได้นำมาปลูกบนพื้นที่ 2 งาน ให้เด็กเรียนรู้การปลูกผักสวนครัว ปลูกฝังให้รักต้นไม้ ปลูกผักปลอดภัย ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและดำเนินการ ผลผลิตที่ได้จะนำไปประกอบอาหาร และแบ่งปันแก่ผู้ปกครอง นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลเมล็ดพันธุ์ไปสู่ครัวเรือนของนักเรียน ปัจจุบัน ผู้ปกครองเป็นสมาชิกโครงการฯ ทุกคน โอกาสนี้ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ผู้แทนครูและนักเรียน, สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู วัดต่าง ๆ ในตำบลโก่งธนู ชุมชน และราษฎร ร่วมกันจัดสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กเรียนห้องเรียนธรรมชาติ เป็นการกระตุ้นพัฒนาการของสมองและร่างกาย ช่วยพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และสติปัญญา อย่างมีคุณภาพ ทั้งได้รับประสบการณ์ และมีทักษะชีวิต ประกอบด้วย 4 ฐาน ได้แก่ สระน้ำอินจัน สระทารก ค่ายกล สไปเดอร์แมน และฐานเรือสลัดลิง, เสื้อกันเปื้อนจากถุงปลานิลจิตรลดาพระราชทาน เพื่อใช้ขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น รับประทานอาหาร, เรียนศิลปะ เป็นการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งดูแลรักษา ทำความสะอาดได้ง่าย และเป็นการลดค่าใช้จ่าย

จากนั้นทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวนผักชะอม รายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 100,000 บาทต่อปี

เวลา 13.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้าน นางสาวจำลอง นกยิ้ม อายุ 94 ปี ราษฎรหมู่ที่ 7 ตำบลโก่งธนู ที่เข้าร่วมโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" เมื่อปี 2560 โดย นางสาวจำลอง สนใจปลูกผักสวนครัวมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับได้เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ เมื่อครั้งเสร็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามการดำเนินงานโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" และโครงการ "รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม" ของชุมชนตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จึงสนใจเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับพระราชทานพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ผักที่ปลูกส่วนใหญ่จะเก็บไว้รับประทาน และแจกให้เพื่อนบ้าน หากเหลือจะนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว โดยวันนี้ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก สำหรับใช้ในการเพาะปลูกด้วย สร้างความปลาบปลื้มแก่ นางสาวจำลอง เป็นอย่างยิ่ง

เวลา 13.54 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังสระน้ำสาธารณะหนองทาก ตำบลโก่งธนู พระราชทานลูกปลานิลจิตรลดา 250,000 ตัว จากโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะกา และโครงการพัฒนาพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนาบ้านบางขอม จังหวัดนครนายก, โครงการรวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทานเพื่อนช่วยเพื่อน ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก โอกาสนี้ ทรงปล่อยลูกปลานิล ลงสู่สระน้ำสาธารณะฯ เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ และพระราชทานพันธุ์ไม้ผลจากโครงการผลิตพันธุ์ไม้ผลพระราชทานบ้านชวดบัว อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อปลูกบริเวณรอบสระน้ำฯ และคันนาของราษฎรตามโครงการทางนี้มีผลผู้คนรักกัน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

เวลา 14.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้าน นายรังสรรค์ ไผ่สำฤทธิ์ ราษฎรหมู่ที่ 5 ซึ่งใช้บริเวณบ้านจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะของตำบลโก่งธนู โดยมีหน่วยงานในท้องถิ่นสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะ ด้วยการงดใช้ถังขยะ และให้ชาวบ้านในพื้นที่นำขยะมาขายให้จิตอาสาที่รับซื้อ โดยจะมีสมุดบัญชีให้สมาชิกสะสมเงินออมที่ได้จากการขายขยะ ทั้งยังมีสวัสดิการ "เพื่อนช่วยเพื่อน" ซึ่งจะนำเงินของสมาชิก ไปช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกที่เสียชีวิต ปัจจุบันมีสมาชิก 1,700 คน นอกจากนี้ ยังให้แต่ละครัวเรือนนำถังที่เหลือใช้มาทำเป็นถังขยะเปียก โดยทิ้งเศษอาหารไว้ในถังเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อนำไปเป็นปุ๋ย เป็นการช่วยลดขยะ และช่วยลดโลกร้อน และได้จัดตั้งกลุ่มจักสานบ้านเกาะ หมู่ที่ 5 ขึ้น มีสมาชิก 30 คน เพื่อนำขยะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ เช่น ตะกร้าสาน กล่องใส่กระดาษทิชชู่ และกระเป๋าสานจากกล่องนม, การทำพวงหรีดจากพัดจักสาน เพื่อลดการใช้ดอกไม้สด อันจะก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก ทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มมากถึงปีละ 300,000 บาท ที่ผ่านมา ได้รับรางวัลชุมชนปลอดขยะติดต่อกัน 2 ปี และได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบัน มีหน่วยราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้งในและต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" โดยได้รับพระราชทานพันธุ์ผักจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกไว้รับประทานเอง และแจกให้เพื่อนบ้าน โดยบ้านของ นายรังสรรค์ จะเป็นคลังเมล็ดพันธุ์ผักสำรองของตำบลโก่งธนู นอกจากนี้ สมาชิกและหน่วยงานท้องถิ่นยังได้ไปศึกษาดูงานการเพาะปลูกพืช ณ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ของตน ปัจจุบัน มีสมาชิก 518 ครัวเรือน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ พร้อมกับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก 10 ชนิด แก่นายรังสรรค์ เพื่อใช้เพาะปลูกด้วย

เวลา 15.26 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 13 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 13 จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลและพลทหารกองประจำการ เรียนรู้การทำเกษตรปลอดภัย มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน สามารถนำไปขยายผลสู่ชุมชนเมื่อปลดประจำการ รวมทั้งเกิดความผูกพันระหว่างกองทัพและประชาชน เริ่มดำเนินโครงการเมื่อปี 2561 บนพื้นที่ 25 ไร่ โดยไปรับการอบรมที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย นำมาถ่ายทอดแล้ว 2 รุ่น และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้คำแนะนำ โอกาสนี้ ทรงปล่อยปลานิลจิตรลดา 30,000 ตัว เพื่อขยายพันธุ์และเป็นแหล่งอาหารโปรตีน ด้านการประมงและปศุสัตว์ เลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก เป็ดไข่กากีแคมป์เบลล์ ไก่พื้นบ้าน ห่านจีน เป็ดเทศบาบารี่ กบพันธุ์บลูฟรอกผสมกบนา และหมูหลุม, ด้านการเกษตร แบ่งเป็นสวนสมุนไพรสำหรับปรุงอาหาร และทำยารักษาโรค รวม 32 ชนิด รวมทั้งแปรรูปเป็นน้ำหมักฉีดพ่นป้องกันแมลงศัตรูพืช, ส่วนแปลงผักปลอดภัย มีการให้ความรู้ตั้งแต่การเตรียมแปลง จนถึงการเก็บเกี่ยว โดยได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพ ผลผลิตที่ได้นำไปจำหน่ายให้กับโรงเลี้ยงของหน่วยและกำลังพล และในตลาดท้องถิ่น เมื่อปลดประจำการจะได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทานนำกลับไปปลูกที่บ้าน เพื่อมีผักปลอดภัยบริโภค และขยายผลสู่ชุมชน นอกจากนี้ มีแปลงนาทดลองปลูกข้าวปลอดภัย พันธุ์ดำละโว้ โดยการหว่าน และพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยการปักดำ โอกาสนี้ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ พลตรี สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 เพื่อนำไปขยายพันธุ์ในโครงการ

เวลา 16.41 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี และโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ของโรงพยาบาลอานันทมหิดล และทหารกองร้อยต่าง ๆ โดยโรงพยาบาลฯ เริ่มดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดีเมื่อต้นปี 2562 ด้วยต้องการผลผลิตที่ปลอดสารพิษ ไปประกอบเลี้ยงผู้ป่วย และกำลังพล และช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ข้าราชการและลูกจ้าง ทั้งยังเป็นการสืบสานต่อยอดหลักการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียง โดยหลังจากปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ว่างเปล่าให้มีความอุดมสมบูรณ์แล้ว ได้ทำแปลงปลูกพืชผักสวนครัว ผักตามฤดูกาล ที่ได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักมีคุณภาพ ปลูกมะนาวและผลไม้ เลี้ยงกบนา ไก่พันธุ์ไข่ และเป็ด มีนักวิชาการจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และหน่วยราชการ เข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อพัฒนาและต่อยอดการดำเนินงาน ปัจจุบัน ผลิตผลทางการเกษตรเจริญงอกงามสมบูรณ์ ครอบครัวกำลังพลสามารถเก็บไปบริโภค และส่งไปประกอบเป็นเมนูอาหารสุขภาพให้ผู้ป่วย รวมทั้งเหลือจำหน่ายให้กับตลาดใกล้เคียง มีรายได้เฉลี่ยวันละกว่า 2,000 บาท ทำให้ข้าราชการ กำลังพล และชุมชน เห็นความสำคัญของการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้ต่อยอดเป็นโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ และขยายผลไปยังหน่วยทหารกองร้อยต่าง ๆ

จากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ของชุมชนโรงพยาบาลอานันทมหิดล ที่ต่อยอดมาจากโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อส่งเสริมให้กำลังพล ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่อาศัยในชุมชนของโรงพยาบาล 13 ชุมชน รวม 729 ครอบครัว ใช้พื้นที่ว่างเปล่าของชุมชนและบริเวณที่พัก ทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยปลูกพืชผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ และไม้ผล รวมทั้งแปรรูปผลผลิตไว้บริโภค และส่งจำหน่ายตลาดออนไลน์ของโรงพยาบาลฯ

จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการเดินตามร้อยเท้าพ่อ ของกองร้อยพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลอานันทมหิดล ดำเนินงานปี 2559 ใช้พื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 3 ไร่ ทำแปลงเกษตรผสมผสาน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทหารพันธุ์ดี ให้มีความรู้เรื่องเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เลี้ยงเป็ดกากีแคมป์เบลล์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ปัจจุบันเก็บไข่ได้แล้วกว่า 6,000 ฟอง นำไปประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพล และจำหน่าย, เลี้ยงกบ เป็นอาหารเสริมและฝึกอาชีพ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องการคัดแยกขนาดกบ ชนิดอาหารที่เหมาะสม กบชุดแรกให้ลูกกบแล้วประมาณ 1,000 ตัว ขณะนี้ อยู่ระหว่างคัดกบที่มีลักษณะดี แข็งแรง เก็บไว้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ โดยโครงการเดินตามร้อยเท้าพ่อ ของกองร้อยพลเสนารักษ์ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาท นำไปใช้หมุนเวียนต่อยอดโครงการ และนำผลผลิตไปผลิตเป็นอาหารปลอดภัยบริโภคภายในโรงพยาบาล ในอนาคตตั้งใจเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพไว้ใช้ในยามขาดแคลน

จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการละโวทยานสมุนไพร ใช้พื้นที่ว่างด้านหน้ากองทันตกรรม เป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และให้ความรู้เรื่องสมุนไพรที่ใช้ในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ตามหลักฐานการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มี 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงสมุนไพรกว่า 135 ชนิด แยกตามกลุ่มอาการ 14 กลุ่ม เช่น กลุ่มรักษามะเร็ง รักษาเบาหวาน รักษาระบบขับถ่าย, ส่วนที่สอง จัดแสดงสมุนไพรในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ซึ่งเป็นตำราโอสถที่หมอหลวงประกอบถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปัจจุบันประกาศให้เป็นตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ มี 81 ตำรับ นำมาใช้ในจังหวัดลพบุรีแล้ว 3 ตำรับ ได้แก่ ตำรับที่ 57 พระอังคบ มีเครื่องยา 6 สิ่งเป็นลูกประคบช่วยคลายเส้น, ตำรับที่ 58 ยาทาพระเส้น ใช้ทาแก้ลม ตะคริว หรืออาการปวดบวมแดงบริเวณข้อเข่า หรือข้อเท้า มีเครื่องยา 13 สิ่ง, ตำรับที่ 78 น้ำมันมหาจักร แก้ปวดเมื่อย ใช้ทาแผล

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด