สนามข่าว 7 สี

ดีดีการบินไทย คาดโทษพนักงานลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดโทษสูงสุด หลังสื่อสังคมออนไลน์แจ้งข้อมูล พบพนักงานต้อนรับชายลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากมาจากญี่ปุ่น

สำหรับเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้โดยสารสังเกตเห็นพนักงานต้อนรับชาย สายการบินไทย หรือ สจวร์ด ลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากจากประเทศญี่ปุ่น มากับเที่ยวบิน TG 677 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เห็นเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรของญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่ศุลกากรของไทยทราบ เพราะเห็นว่าการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ลูกเรือไม่สามารถซื้อบุหรี่ หรือไส้บุหรี่ไฟฟ้า นำเข้ามาได้มากขนาดนี้ด้วย

เมื่อเที่ยวบินดังกล่าวเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางศุลกากรได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงบนรถโดยสารลูกเรือการบินไทย พบกระเป๋าขนาดใหญ่วางบนเก้าอี้ ด้านในมีบุหรี่ไฟฟ้า 100 ชิ้น และไส้บุหรี่อีก 100 ชิ้น รวมมูลค่า 300,000 บาท แต่ไม่เจอเจ้าของกระเป๋า ซึ่งสินค้าทั้งหมดหากนำมาขายต่อจะมีราคาเพิ่มเป็น 2 เท่า ทางศุลกากรทำได้เพียงยึดของกลางเอาไว้ ขณะที่ สจวร์ดที่ลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายขณะนี้ยังลอยนวลอยู่ แต่พนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าวกลับเป็นฝ่ายรับผิดชอบแทน

เมื่อเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลายคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัด รีบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ สำหรับการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้านั้นผิดกฎหมาย โทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังอาจได้รับโทษอีกหลายกระทง

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดีบริษัทการบินไทย ให้ข้อมูลกับทีมข่าว 7HD ว่าผู้บริหารระดับสูงไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบเป็นความผิดของพนักงาน จะลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด พร้อมย้ำว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก โดยเตรียมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ด้วย เพื่อขจัดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ให้หมดไป