เร่งล่ามือยิง หลังกระสุนปริศนาเจาะหัวเด็กดับ

วันที่ 5 ส.ค. 2562 เวลา 16:07 น.

Views

5 ส.ค. 62 ความคืบหน้ากรณีที่นางชลธิชา ดาวดอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่13 บ้านโนนพะยอม ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ รับแจ้งจากลูกบ้านว่ามีเหตุยิงกัน จึงรีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นศาลาเอนกประสงค์กองทุนหมู่บ้านกลางหมู่บ้าน ไม่พบผู้ใดจึงได้เปิดไฟในอาคารเอนกประสงค์ดู โดยมีชาวบ้านเริ่มทยอยเดินออกมาจากบ้านมามุงดู ภายในอาคารพบเพียงกองเลือดเป็นจำนวนมาก จึงได้สอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะที่ขับ จยย,มาถึงบริเวณอาคารเอนกประสงค์พบกลุ่มเด็กจำนวน 3 คน ยืนจับกลุ่มท่าทางตกใจหวาดกลัว จึงเข้าไปดูใกล้พบด.ช.ธนากร เค้าโนนกอก นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด บริเวณศรีษะขมับด้านซ้ายมีรูทะลุไปถึงด้านขวา คล้ายถูกกระสุนปืนยิง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ยังมี เด็กได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ ด.ช.วิทวัส มีรอยคล้ายกระสุนปืนเจาะเข้าบริเวณแก้มซ้ายกระสุนฝังใน ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว นั้น

ล่าสุด นางอุทรณ์ เค้าโนนกอก ป้าของดช.ธนากร และครอบครัวยังคงยืนยันว่า จะยังไม่เผาศพหลานชายจนกว่าคดีจะคลี่คลาย และเป็นที่น่าพอใจ เพราะตนมั่นใจในความสามารถของตำรวจไทย ขนาดมีเหตุการณ์ระเบิด หรือฆาตรกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ที่มีผู้คนจำนวนมาก ตำรวจยังสามารถจับกุมได้ ส่วนที่หมู่บ้านของตนทีชาวบ้านไม่ถึงร้อยคน อีกทั้งเหตุเกิดอยู่ใกล้กับโรงพัก พร้อมทั้งยังเป็นพื้นที่ปิดมีถนนเข้าออกเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภัคคะธนิตศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ควบคุมคดีนี้ด้วยเอง เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญของชาวบ้าน และเป็นคดีที่มีอาวุธร้ายแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอาวุธประเภทนี้ จะมีใช้เฉพาะกลุ่ม และระดับผู้ใช้เท่านั้น ชาวบ้านทั่วไปจะไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ได้วางแนวทางในการสอบสวนไว้หลายประเด็น มีเจตนายิงเพราะเกิดความรำคาญไม่พอใจ,ไม่เจตนาเพราะปืนลั่น,อุบัติเหตุใช้ปืนล่าสัตว์ และประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งการเลือกตั้งผญบ. ที่เพิ่งผ่านมา

ส่วนอาวุธปืนที่ยิงมั่นใจว่า ไม่ใช่ปืนไทยประดิษฐ์เพราะพบว่า ลูกกระสุนมีรอยเกลียวหมุนออกมาจากลำกล้อง เหากเป็นปืนไทยประดิษฐ์ลำกล้องจะไม่มีร่องเกลียวในลำกล้องปืน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้นำอาวุธปืนขนาด 9มม. มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบทั้ง 2 กระบอก พร้อมได้ตรวจลายนิ้วมือเจ้าของบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จำนวนหลายราย ส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานนครราชสีมา ซึ่งผลยังไม่ออกมา ส่วนการตรวจสอบวิถีกระสุนพบว่าแนวกระสุนตรงกับบ้านของน้องชายผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ จากการสอบสวนน้องชายผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ยอมรับว่า ในวันเกิดเหตุได้อยู่ภายในบ้านและกำลังบรรจุหน่อไม้เพื่อนำไปขาย พร้อมปฏิเสธไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

Tag : กระสุนปริศนา ไม่เผาศพ ชัยภูมิ