News

ผบ.ตร.ไม่ฟันธงป่วนกรุง เอี่ยวการเมือง คาดมีผู้ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 15 คน

8 สิงหาคม 2562 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าภาพรวมของคดี โดยกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงจะกระทบรูปคดี และส่งผลให้คนร้ายไหวตัวหลบหนี พร้อมขอให้ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่วางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี เป็นมือวางระเบิดและดูต้นทาง โดยจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จังหวัดชุมพร เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และพยายามฆ่า

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยระบุได้เพียงว่า อยู่ในระดับปฏิบัติการ และมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการเตรียมชุดมาเปลี่ยนถึง 5 ชุด ประกอบด้วยหมวก 5 ใบ เสื้อ 5 ตัว กางเกง 5 ตัว รองเท้า 5 คู่ หมวก 5 ใบ แว่นตา 5 อัน หลังก่อเหตุ ขณะที่แผนประทุษกรรม และความเชื่อมโยงของระเบิดแต่ละจุด มองว่า ไม่ประสงค์ถึงแก่ชีวิต อีกทั้ง จากการตรวจสอบ พบเคยมีประวัติเคยร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2556

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังมองว่า เหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ร้อยละ 80-90 เป็นระเบิดทางการเมือง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน จึงยากที่จะทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง และกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีกลุ่มไหนออกมายอมรับ หรือประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ

ด้าน พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่การพบระเบิดด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก ช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม จนช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดที่ทางเข้า - ออกศูนย์ราชการอาคาร B 2 ครั้ง, หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ครั้ง, หน้าอาคารมหานคร 2 ครั้ง, หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ตรวจเก็บได้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะการประกอบระเบิดลักษณะเดียวกัน

ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าย่านประตูน้ำ 5 จุด และร้านค้าย่านสยาม ปทุมวัน อีกจำนวน 2 จุด เป็นระเบิดแสวงเครื่องเพลิง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเหตุทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน พร้อมเชื่อว่า ขบวนการที่ก่อเหตุนี้ แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคนกำหนดยุทธศาสตร์, กลุ่มคนวางแผน สั่งการ กำหนดขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ การสรรหาคน, กลุ่มคนช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งก่อน ขณะ หลังเกิดเหตุ และกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม การสืบสวน ต้องครอบคลุมไปทุกกลุ่ม โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยซักถามนับร้อยคน และมีการควบคุมตัวได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นที่จับได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติ จากที่สืบทราบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 15 คน พร้อมยอมรับบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนแรงจูงใจ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพียงรับฟังจากมุมมองของระดับปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งอาจไม่เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนกำหนดยุทธศาสตร์ แต่ยืนยันได้ว่า ตำรวจมีพยานหลักฐาน หลายอย่างประกอบ ยืนยันตัวผู้กระทำผิด ขณะเดียวกัน ยังยอมรับ มีผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะต้องประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนต่อไป