สนามข่าว 7 สี

ญาติเหยื่อคดีรถตู้หลับในชนต้นไม้ เมื่อปี 54 ร้อง ก.ยุติธรรม ช่วยเหลือ

ญาติผู้เสียชีวิตคดีรถตู้หลับในประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้จนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เมื่อปี 2554 ไปร้องกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยดูแลคดี หวังว่าจะได้รับการเยียวยาในลักษณะเดียวกับคดีแพรวา

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา จ่าสิบตำรวจ ภาสกร ดวงจิต พี่ชายของนางกัญรัตน์ อวดร่าง ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รถตู้โดยสารหลับในชนต้นไม้บริเวณเกาะกลางมหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา มีผู้ประสบเหตุทั้งหมด 13 คน เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บสาหัส 3 คน เหตุเกิดช่วงเทศกาลปีใหม่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ไปขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรม ให้ช่วยเร่งรัดเยียวยาค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย หลังศาลแพ่งอุทธรณ์มีคำพิพากษา สั่งให้บริษัทเจ้าของรถตู้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1.7 ล้านบาท แก่ผู้โดยสารที่ฟ้องร้องทั้งหมด 7 ราย แต่ระหว่างการดำเนินการปรากฏว่าสามีและบุตรของนางกัญรัตน์ เสียชีวิต เหลือเพียงมารดาอายุ 77 ปี ป่วยขาพิการเดินไม่สะดวก จึงให้บุตรชายมาร้องขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรมในวันนี้

จ่าสิบตำรวจ ภาสกร บอกว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตตอนนี้เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือเพียงมารดาคนเดียว ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง และป่วยขาพิการอยู่ด้วยความเป็นทุกข์ จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมเร่งรัดเรื่องเงินเยียวยาให้กับกลุ่มผู้เสียหาย เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีเพียงเงินช่วยเหลือจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย และค่าปลงศพช่วยเหลือเท่านั้น ส่วนคู่กรณีแค่มาร่วมงานศพและช่วยงาน 2,000 บาท จากนั้นก็ไม่มีการเยียวยาช่วยเหลือใด ๆ และมีการต่อสู้คดียืดเยื้อมานาน 7 ปี ลักษณะคล้ายคดีแพรวา ซึ่งตอนแรกก็ถอดใจจะไม่เดินทางมา แต่หลังเห็นคดีแพรวาเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ จึงประสานทนายรณณรงค์ให้ช่วยดูแล

ทนายรณณรงค์ บอกว่า คดีนี้ยุติธรรมจังหวัดพะเยาเริ่มติดต่อขอข้อมูล เพื่อเข้าไปช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้ว คดีลักษณะนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คดีนี้คดีเดียว แต่ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยากร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมนอกจากให้ความเป็นธรรมแล้ว ควรช่วยเร่งรัดติดตามค่าเสียหายให้กับเหยื่อในทุกคดีด้วย

ส่วนคดีแพรวา หลังจากวานนี้ไปวางเงินชดใช้ต่อศาลแพ่งจนครอบจำนวนกว่า 42.5 ล้านบาท นางอิสรีย์ยา ยืดยาวคง ทนายความประจำสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นทนายความของผู้เสียหายในคดีนี้ เดินทางไปรับเงินเยียวยาจาก นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง เพื่อนำไปจ่ายให้กับผู้เสียหาย 27 ราย

ขณะที่ นางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี มารดาของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. หนึ่งในผู้เสียชีวิต บอกว่า เมื่อเรื่องจบได้จุดธูปบอกกับลูกชายไปแล้วว่าขอให้สบายใจได้ ส่วนการทำบุญเลี้ยงพระ 100 รูปที่เคยบอกกับลูกไว้ ก็กำหนดเอาไว้ว่าจะเป็นวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เพราะจะต้องรอให้ออกพรรษาไปก่อน เงินที่ได้มาส่วนหนึ่งก็จะนำไปใช้หนี้ อีกส่วนก็เก็บไว้รักษาและทำศพตนเอง แม้ว่าจะได้เงินมาก็คงจะต้องมานั่งร้อยพวงมาลัยขายเหมือนเดิม และอยากฝากขอบคุณทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าวจนทำให้มีวันนี้ จากที่มีการนำเสนอเรื่องที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม รวม 21 วัน ทำให้ได้รับเงินกันแล้ว