สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

วันที่ 13 ส.ค. 2562 เวลา 20:02 น.

Views

เวลา 09.00 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2562 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันการอาชีวศึกษา 23 แห่งทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวม 3,265 คน

ในการนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "สถาบันการอาชีวศึกษา เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งเน้นให้บัณฑิตได้ประกอบอาชีพการงานเป็นบุคลากรในสายปฏิบัติการ บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการอาชีวศึกษา จึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพร้อมใน 3 ด้าน ด้านหนึ่ง ได้แก่ ความรู้ความสามารถ คือมีความรู้ในทฤษฎีและเทคโนโลยีเฉพาะทางอย่างเป็นระบบ ทั้งสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับงานแต่ละอย่างแต่ละกรณีได้ อีกด้านหนึ่ง ได้แก่ ทักษะความชำนาญ อันสร้างสมขึ้นจากการฝึกหัดปฏิบัติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทักษะในการคิด วิเคราะห์ หรือทักษะในวิชาชีพที่ได้เล่าเรียนมา อีกด้านหนึ่งซึ่งสำคัญที่สุด ได้แก่ คุณธรรม อันจะเป็นเครื่องประคับประคองคุ้มกันให้แต่ละคนนำความรู้ความสามารถ และทักษะความชำนาญที่มีอยู่ ไปใช้ปฏิบัติการทุกอย่างให้บังเกิดผล เป็นประโยชน์แท้ไม่เป็นโทษ เป็นภัย ทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม หากบัณฑิตทุกคนหมั่นสร้างสมอบรมคุณสมบัติทั้ง 3 ด้าน ให้ถึงพร้อมและให้เพิ่มพูนขึ้นอยู่เสมอแล้ว แต่ละคนก็จะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทั้งของหน่วยงานและของชาติ เป็นผู้สามารถสร้างสรรค์ความดีความเจริญให้แก่ตนเองและชาติบ้านเมือง สมกับที่ได้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตอย่างเต็มภาคภูมิ"

เวลา 14.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังโรงละครแห่งชาติ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ประจำปีการศึกษา 2561 โอกาสนี้ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้น ได้พระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี และโท รวม 601 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "งานเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ซึ่งบัณฑิตของสถาบันแห่งนี้จะได้รับภาระหน้าที่ต่อไปนั้น เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติในประการสำคัญ 4 อย่าง คือการสืบทอด อนุรักษ์ สร้างสรรค์ และพัฒนา การสืบทอด ได้แก่ การรับช่วงปฏิบัติต่อ ทั้งจากครูผู้สอน จากโบราณาจารย์ และจากบรรพชนผู้ได้สร้างสรรค์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย การอนุรักษ์ ได้แก่ การรักษาไว้ให้คงเดิม ให้เป็นแบบแผนอันดีงามถูกต้อง ตามที่ได้สร้างสมและสืบทอดกันมายาวนานจนเป็นรากฐานสำคัญของสังคมและประเทศชาติ การสร้างสรรค์ ได้แก่ การสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นจากสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้บังเกิดความหลากหลาย และไม่หยุดนิ่ง ส่วนการพัฒนา ได้แก่ การปรับปรุงสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่แล้วให้ยิ่งดีขึ้น เจริญก้าวหน้าขึ้น และเหมาะกับกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จึงขอให้บัณฑิตทุกคนทำความเข้าใจภาระหน้าที่ของตนให้กระจ่างชัด แล้วตั้งใจพยายามสืบทอด อนุรักษ์ สร้างสรรค์ และพัฒนา ศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงของชาติ ให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคง และเจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นสืบไป"

เวลา 17.52 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต อดีตเหรัญญิกและกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา และอดีตเลขาธิการ กปร.ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 สิริอายุ 76 ปี ในการนี้ ทรงวางพวงมาลาหลวง พวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพวงมาลาส่วนพระองค์วางที่หน้าโกศศพ และทรงร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

นายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต เกิดวันที่ 6 สิงหาคม 2486 จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัย และปริญญาตรีรัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเกรอนอบ ประเทศฝรั่งเศส เข้ารับราชการในปี 2519 ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา, เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. คนที่ 3, กรรมการและเลขานุการฝ่ายหาทุนโครงการสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตามพระราชดำริ นายพิมลศักดิ์ ได้ทำคุณประโยชน์และสร้างคุณงามความดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด ได้แก่ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 มหาวชิรมงกุฎ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ นางพยางค์ สุวรรณทัต มีบุตร-ธิดา 2 คน

Tag : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ พระราชทานปริญญาบัตร พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ