รายงานพิเศษ : คืนอิสรภาพแพะคดีตัดไม้พะยูง ถูกสวมชื่อก่อเหตุ

วันที่ 14 ส.ค. 2562 เวลา 06:56 น.

Views

กว่า 1 เดือนแล้วที่ชายอายุ 45 ปี ถูกคุมขังในเรือนจำกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังถูกชายสัญชาติลาวสวมชื่อก่อเหตุลักลอบตัดไม้พะยูง กระทั่งชายที่ตกเป็นแพะในคดีนี้ถูกปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ ลงสนามข่าวนี้กับคุณชนะชัย แก้วผาง
 
นายสมควร ช้างสาร อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร่ำไห้ด้วยความตื้นตันใจ หลังศาลสั่งปล่อยตัวออกจากเรือนจำกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนหน้านี้เขาตกเป็นแพะคดีลักลอบตัดไม้พะยูง ก่อนจะถูกศาลออกหมายจับเมื่อปลายปีที่แล้ว จากนั้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาถูกตำรวจจับกุมแล้วถูกควบคุมตัวฝากขังนานกว่า 1 เดือน และศาลได้พิพากษาจำคุก 2 ปี 18 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ทั้งที่ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 วันก่อน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมนางใบพร ไชสวัสดิ์ ภรรยาของนายสมควร ร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายสมควร ช้างสาร ตกเป็นแพะรับผิดในคดีลักลอบตัดและครอบครองไม้พะยูง ในพื้นที่ สภ.นาดี จังหวัดปราจีนบุรี

ภรรยาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า นายตุ้ย สัญชาติลาว เป็นญาติห่าง ๆ และเคยพักอาศัยร่วมกับครอบครัว แต่ประมาณ 20 ปีที่แล้ว นายตุ้ยไม่มีบัตรประชาชน กระทั่งภายหลังทราบว่าเขาได้สวมชื่อของสามีกระทำความผิด พร้อมเปิดเผยว่าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ เธอและสามีกำลังทำงานอยู่ที่ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลศิริราช โดยมีบันทึกการสแกนลายนิ้วมือเข้า-ออกงาน และพยานคือผู้ร่วมงาน ยืนยันว่านายสมควรไม่ได้อยู่ในจุดเกิดเหตุที่จังหวัดปราจีนบุรี

ภรรยาของนายสมควร จึงตัดสินใจนำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หลังตกอยู่ในสถานะไร้ที่พึ่ง

กระทั่ง นายตุ้ย รับสารภาพว่าชื่อจริงของเขา คือ นายแสงแก้ว วรราช แต่เนื่องจากตนเองเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงแอบอ้างใช้ชื่อนายสมควร ลักลอบทำงาน เพราะคิดว่าเป็นญาติกัน

คำให้การของนายตุ้ยขัดแย้งกับแนวทางการสืบสวน ที่ชี้ว่า นายตุ้ย นำสำเนาบัตรประชาชนของนายสมควรไปแอบอ้าง และใช้เปิดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ โดยที่เจ้าตัวไม่มีส่วนรู้เห็น ทำให้ตำรวจแจ้งข้อหาแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น, ละเมิดอำนาจศาล และ พ.ร.บ.ป่าไม้ โดยตำรวจได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดยื่นต่อศาลอีกครั้ง ก่อนจะมีการปล่อยตัวนายสมควรออกจากเรือนจำ จากนั้นก็ฝากขังผู้กระทำผิดตัวจริง

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2561 นายตุ้ย สัญชาติลาว เคยถูกจับกุมคดีลักลอบตัดไม้พะยูงมาแล้ว โดยครั้งนั้นเขาแอบอ้างชื่อเป็นนายสมควร และให้ผู้ใหญ่บ้านในตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี เป็นคนรับรองว่าเขาคือ นายสมควร ช้างสาร กระทั่งพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน ส่งฟ้องผู้ต้องหาในชื่อนายสมควร โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์ว่าตรงกันหรือไม่
 
เหตุการณ์ไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อนายตุ้ย ได้ลักลอบตัดไม้พะยูงเป็นรอบที่ 2 แต่สามารถหลบหนีไปได้ เมื่อตำรวจ สภ.นาดี ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของขบวนการตัดไม้ จึงพบว่ามีชื่อของ นายสมควร ช้างสาร เกี่ยวข้อง และพบว่ามีประวัติเคยถูกจับกุมในคดีแรก จึงขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายสมควร ก่อนจะตามไปจับกุมได้ โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์เช่นเดิม นั่นจึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายสมควรตกเป็นแพะในคดีนี้ และไม่ได้เกิดจากนายตุ้ยจงใจสวมชื่อผู้เสียหายเท่านั้น แต่รวมถึงความผิดพลาดของตำรวจที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มองว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สภ.วังตะเคียน และ สภ.นาดี บกพร่องต่อหน้าที่ เพราะไม่ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์ให้ละเอียด โดยจากนี้จะมีการร้องเรียนให้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนในคดีที่เกิดขึ้น

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง แพะคดีตัดไม้พะยูง ถูกสวมชื่อก่อเหตุตัดไม้พะยูง ตัดไม้พะยูง คดีไม้พะยูง