สนามข่าว 7 สี

ภาพเป็นข่าว : หลายฝ่ายกังวล หลังกองทัพจีนเคลื่อนพลประชิดชายแดนฮ่องกง

จากเหตุประท้วงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ฮ่องกง ทำให้หลายคนหวาดหวั่น เมื่อมีการแชร์คลิปกองทัพจีนเคลื่อนพลลงใต้ ประจำการที่เมืองเซินเจิ้น ประชิดชายแดนฮ่องกง

คลิปเหตุการณ์ขณะที่กองทัพจีนได้เคลื่อนพลลงใต้ เพื่อไปประจำการที่นครเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ที่อยู่ทางใต้ของจีน โดยมีเขตแดนห่างจากฮ่องกง ประมาณ 25-30 กิโลเมตร

หลังจากคลิปนี้เผยแพร่ไปในสื่อสังคมออนไลน์ ก็สร้างความหวาดหวั่นให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากเห็นภาพของรถถัง และรถทหารจำนวนนับร้อยคัน มุ่งหน้ามายังเมืองเซินเจิ้น ใกล้กับชายแดนฮ่องกง

หลายฝ่ายจึงเกิดความกังวลและหวาดหวั่นว่าจีนจะใช้ไม้แข็ง หรือการจัดการขั้นเด็ดขาด ที่อาจบานปลายไปสู่เหตุรุนแรงได้

ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้ออกมาประกาศเตือนผู้ชุมนุมประท้วงชาวฮ่องกงว่า หากการประท้วงทวีความรุนแรงขึ้น ทางการจีนก็ต้องปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินใหญ่ อาจจะมีการส่งทหารเข้าไปจัดการปัญหาในฮ่องกง

ระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงอย่าเล่นกับไฟ รวมถึงเข้าใจว่าความอดทนอดกลั้นของรัฐบาลจีนนั้น คือ ความอ่อนแอ รวมถึงตำหนิอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ทำให้เกิดความรุนแรง ประกาศจะนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย

ซึ่งสื่อจีนอย่าง People’s Daily ระบุว่า ทางการจีนกำลังเตรียมพร้อมกองทัพ เพื่อรับมือกับการจลาจล ความรุนแรง อาชญากรรม การก่อการร้าย แต่ไม่ได้มีการระบุแน่ชัดว่ากำลังเตรียมพร้อมสำหรับเหตุในฮ่องกงหรือไม่

ขณะเดียวกันทางฟากฝั่งของสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้ออกมาบอกว่า ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่าจีนได้เคลื่อนกำลังทหารเข้าไปประชิดพรมแดนฮ่องกงแล้ว และหวังว่าเหตุการณ์จะลงเอยได้อย่างสันติ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ ขึ้น

ส่วนภาพการปราบปรามผู้ชุมนุม เป็นเหตุที่ตำรวจปราบจราจลฮ่องกง ปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนที่บริเวณด้านนอกท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามนำตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล มีกลุ่มผู้ประท้วงเข้าขัดขวาง จึงมีการฉีดสเปรย์พริกไทยเข้าใส่ผู้ประท้วง และเกิดการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการชุลมุนกัน

ด้าน สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ออกแถลงการณ์ว่า "ทางการฮ่องกงควรเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับกลุ่มผู้ประท้วง เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับสังคม เรียกร้องให้ทางการฮ่องกงกระทำการด้วยความอดกลั้น เคารพ และปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้แสดงความคิดเห็นอย่างสันติ รวมถึงต้องรับรองว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จะดำเนินการอย่างเหมาะสมในการตอบโต้ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดการสูญเสีย"

ส่วนความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในฮ่องกง ทางโฆษกกองทัพอากาศไทย เปิดเผยว่า ทางกองทัพอากาศได้มีการเตรียมเครื่องบินไว้ 2 ลำ คือ เครื่องบิน C-130 และเครื่องบินแอร์บัส A-340 พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพคนไทยในฮ่องกง เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ปะทะกัน ระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดสนามบิน

ทางผู้บัญชาการทหารอากาศ ยังได้จัดเตรียมแผนเส้นทางการบิน เพื่อรองรับการเดินทาง แต่สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับปลายทางด้วยว่าจะสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการสั่งการของทางรัฐบาลด้วย

โดยเมื่อคืนนี้ เวลาเกือบเที่ยงคืน คนไทยที่ติดค้างอยู่ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง ก็ได้เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว 13 คน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่พาลูกหลานไปร่วมการแข่งขันยิมนาสติกลีลา

ขอบคุณภาพจาก : Twitter@AlexandreKrausz