News

ปิยบุตรตั้งคำถามเรื่องการคุ้มครองการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายสนับสนุนการมีอยู่ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ตั้งคำถามเรื่องการคุ้มครองการวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญโดยคำสั่ง คสช. ขณะที่นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โต้คำสั่งดังกล่าวไม่มีผลต่อความเป็นกลางของศาลหรือมีส่วนให้คุณหรือโทษกับ คสช.

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ วาระรับทราบรายงานประจำปี 2560 ของศาลรัฐธรรมนูญ นายปิยบุตร แสงกนกกุล สส.พรรคอนาคตใหม่อภิปรายว่า ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญควรออกแบบให้เชื่อมโยงประชาชนผ่านกระบวนการทางสภา โดยตั้งข้อสังเกตุ ถึงรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญที่รวบรวมสถิติคดีตั้งแต่ปี 2551 – 2560 พบว่าตั้งแต่ปี 2557 คำร้องลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นปีที่มีการรัฐประหาร

ปกติหลังทำรัฐประหารสิ่งแรกๆ ที่คณะยึดอำนาจต้องทำคือ ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ เพื่อตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต้องแสดงบทบาทไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และต้องบอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับรองให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ต่อ จะตรวจสอบองค์กรที่มาจากการยึดอำนาจได้หรือไม่อย่างไร ว่า “เวลารัฐประหารเสียงปืนดังขึ้น กฎหมายก็เงียบลง” จึงควรผลักดันแก้ไขให้ยกเลิกมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อตรวจสอบคำสั่งคสช.ให้ได้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

อีกประเด็นคือ การวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า มาตรา 38 ของพ.ร.บ.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาว่าการวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญแบบไหนจึงจะเข้าเงื่อนไขว่า เป็นการวิจารณ์โดยสุจริตไม่หยาบคาย ไม่อาฆาตมาดร้าย ขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ อดทน อดกลั้น ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัย เพราะนักการเมืองธรรมดา ไม่มีอาวุธจะไปยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยได้

จากนั้น นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า กรณีที่นายปิยบุตร ไม่เห็นด้วยกับการคุ้มครองการละเมิดอำนาจศาล ขอเรียนว่าการคุ้มครองนั้นมีเจตนารมณ์สองด้าน คือ คุ้มครองความสงบเรียบร้อยการพิจารณาและคุ้มครองคุณธรรมกฎหมายที่ศาลใช้พิจารณา ครอบคลุมทั้งในห้องพิจารณาและผลการวินิจฉัยของศาล การวิจารณ์ศาลก็ถือว่าอยู่ในข่ายที่ต้องควบคุมและคุ้มครอง เป็นสองด้านของเหรียญเดียว

ส่วนที่บอกว่าควรใช้ความอดทน อดกลั้น แทนการคุ้มครอง จากประสบการณ์ 20 ปี ภาพในทางร้ายทางดีได้นำไว้ไปในพิพิธภัณฑ์ของศาลตลอดมา เป็นที่เรียนรู้ และพัฒนาการการรับผิดชอบรัฐธรรมนูญ เป็นหลักการดำรงนิติธรรมของบ้านเมือง การคุ้มครองการละเมิดอำนาจศาลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงเป็นไปตามเหตุผล ตามประสบการณ์ศาล และหลักวิชาการที่ทุกศาลย่อมได้รับการคุ้มครอง

ขอยกกรณีที่ท่านเคยให้ความเห็นทางวิชาการของศาล โดยไม่เคยถูกฟ้องร้อง เป็นตัวอย่างการคุ้มครองตามหลักวิชาการ สุจริต จะได้รับความคุ้มครอง ต้องไม่เสียดสี หยาบคาย โดยการคุ้มครองนั้น ก็มีทั้งการตักเตือน หรือให้พ้นจากเขตอำนาจ แต่อีกส่วนก็มีเรื่องทางอาญาประกอบกันด้วย ส่วนคดีที่ลดลงในปี 2557 ที่มีการรัฐประหาร ขอเรียนว่าเป็นคดีทางการเมืองไม่ใช่คดีทั่วไป ระหว่างเหตุการณ์พิเศษจึงไม่มีข้อพิพาทมายังศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ มีคำสั่ง คสช.คุ้มครองสถานะของตุลาการฯ ยืนยันว่า จะไม่มีส่วนกับการทำให้ศาลเป็นกลาง หรือเป็นคุณเป็นโทษกับ คสช.แต่อย่างใด

ขอเรียนข้อเท็จจริงว่า มีการเชิญไปประชุมกับ คสช.กับทุกหน่วยงาน แต่ก่อนประชุมมีหนังสือมาแจ้งยกเลิก ไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญไปร่วมประชุมกับองค์กรอื่นๆ เพราะ คสช.เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการ จะไม่มีการเข้ามาควบคุมแทรกแซงใดๆ คสช.ตระหนักในความเคารพศาลรัฐธรรมนูญ