จับหนุ่มใหญ่อ้างสะสมปืนอาก้าไว้ป้องกันตัว

วันที่ 15 ส.ค. 2562 เวลา 17:25 น.

Views

ตำรวจแหลบงอบจังหวัดตราด จับหนุ่มใหญ่วัย 51 ปีในข้อหามีอาวุธปืนสงครามไว้ในครอบครอง อ้างหน้าตาเฉย สะสมปืน เอเค 47 หรือปืนอาก้าไว้ป้องกันตัว พบเพิ่งถูกจับคดีลักลอบตัดไม้พะยูง

ช่วงสายวันนี้ที่สภ. แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด  พล.ต.ต.ประสาน บุญเหมือน ผู้บังคับการตำรวจภูธร ต.ตราด พร้อมด้วยรองผู้บังคับการ 3 นาย เดินทางมายัง สภ.แหลมงอบ เพื่อร่วมสอบสวนนายวิโรจน์ปานดี   อายุ 51  ปีที่ถูกจับพร้อมอาวุธปืนอาก้าและลูกกระสุนจำนวน 16 นัด  มี พ.ต.อ. สมชาย มีสวัสดิ์ ผกก.สภ.แหลมงอบ และเจ้าหน้าตำรวจ สภ แหลมงอบให้การต้อนรับ

การจับกุมนายวิโรจน์  ปานดี  เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.30  น.วานนี้ จากการที่ พ.ต.อ.สมชาย  มีสวัสดิ์  ผกก.สภ.แหลมงอบ  ได้รับแจ้งว่านายวิโรจน์ มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด  และมีอาวุธปืนสงครามไว้ในครอบครอง   จึงได้ทำการขอหมายค้น  และมอบหมายให้ พ.ต.ต.ไพโรจน์ แฝงจันดา รอง สว.สส.สภแหลมงอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลจังหวัดตราดเข้าทำการตรวจค้น บ้านนาย รุ่งโรจน์  ปานดี เลขที่ 81/3  ม. 1 ต. คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ผลการตรวจค้น ปรากฏว่าพบอาวุธปืนเล็กยาว เอเค 47 (อาก้า) จำนวน 1กระบอก, ซอง บรรจุกระสุน จำนวน 1 ซอง, กระสุนปืน เอเค 47 จำนวน 16  นัด พบอยู่ในบ่อน้ำข้างบ้านหลังดังกล่าวข้างต้น   สอบถามนายรุ่งโรจน์ ปานดี  รับว่าของกลางดังกล่าวข้างต้นเป็นของตนเองจริง

พ.ต.อ.สมชาย เผยว่า เย็นวานนี้  เวลา 17.30  น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านนายวิโรจน์  ปานดี  ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัว ภรรยาของนายวิโรจน์  ได้เข้าไปแจ้ง  นายวิโรจน์ในบ้านที่กำลังนอนอยู่ว่า  ด้วยความกลัวและตกใจนายวิโรจน์ได้คว้าปืนอาก้ากระบอกดังกล่าวโยนลงบ่อน้ำ ที่อยู่ด้านข้าง และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบเค้นถามจึงสารภาพว่านำปืนโยนลงบ่อ   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงไปงมปืนอาก้าขึ้นมา และนำตัวนายวิโรจน์  พร้อมของกลางนำมาสอบสวน และมอบให้ร้อยเวรประจำวันเมื่อคืนที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ประสาน  บุญเหมือน  ได้สอบถามนาวิโรจน์ถึงที่มาของปืนชนิดนี้  และสอบถามถึงความเป็นอยู่และ การประกอบอาชีพ นายวิโรจน์ได้เล่าให้ ผบก.ภจว.ฟังว่า  ตนมีอาชีพรับจ้าง ที่ต้องมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองเนื่องจาก  มีความชอบส่วนตัวจึงต้องการสะสมและยัง  มีปัญหากับเพื่อนบ้านที่มีที่ดินติดต่อกัน ในเรื่องของเขตแดน  จึงไปหาซื้อปืนอาก้ามาจากฝั่งกัมพูชา  โดยซื้อมา 2 กระบอกๆ ละ 700 บาท ก่อนหน้านี้เคยถูกจับไปแล้ว 1 กระบอก   และถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว  และเมื่อออกมาก็ถูกจับคดีลักลอบ ตัดไม้พะยูง  ถูกศาลพิพากษาแล้ว แต่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ขอลดหย่อนโทษ นายวิโรจน์ยอมรับว่า ตอนนี้อายุ  51 ปีแล้วไม่อยากมีคดีอะไรอีก เพราะที่ผ่านมา ช่วงที่ถูกตัดสินจำคุก ทำให้ลูกที่อยู่ในวัยเรียนช่วงนั้นไม่ได้เรียนหนังสือ

ขณะที่รองผู้บังคับการตำรวจที่ร่วมสอบสวนนายวิโรจน์  ได้บอกว่า  ปัญหาต่าง ๆ  ควรให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างปัญหาเรื่องที่ดินก็ไม่ควรจะใช้วิธีตัดสินด้วยตนเองเพราะมันเป็นการผิดกฎหมาย ควรให้เป็น เรื่องของตำรวจเข้าไปดำเนินการ

Tag : หนุ่มใหญ่ ปืนอาก้า ป้องกันตัว ลักลอบตัดไม้พะยูง ข่าวอาชญากรรม