ปืนอาก้าราคา 700 หาซื้อได้ง่ายขนาดนั้น?

วันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 10:37 น.

Views

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหนุ่มใหญ่ซื้อปืนอาก้า 2 กระบอกมา ในราคาถูกกว่าพาครอบครัวไปกินข้าวในร้านอาหารเพียงมื้อเดียว หากการข้ามไปซื้ออาวุธในประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบนำอาวุธเข้ามาในประเทศเ ป็นเรื่องง่ายแบบนี้ น่าหวั่นใจไม่น้อยว่า อาจมีการนำอาวุธสงครามราคาถูกเหล่านี้ มาก่อเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญในอนาคตอันใกล้

การจับกุมหนุ่มใหญ่วัย 51 ปีในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ที่อำเภอแหลมงอบจังหวัดตราด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ดูผิวเผินอาจเป็นเพียงคดีปกติหรือคดีเล็กๆทั่วไป แต่ที่น่าตกใจคือปืน เอเค-47หรือปืนอาก้าที่ผู้ต้องหาอ้างว่าสะสมไว้ป้องกันตัวนั้น ซื้อมาในราคาเพียงกระบอกละ 700 บาท โดยข้ามไปซื้อจากกัมพูชา ถูกยึดไปหนึ่งกระบอกและถูกลงโทษในคดีเดียวกันนนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และเพิ่งมาถูกจับอีกครั้ง

ต้องถือว่าเดชะบุญจริงๆที่ตำรวจจับได้เสียก่อน เพราะผู้ต้องหานำไปใช้งานจริงอาจเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นไม่น้อย

คดีลักลอบค้าอาวุธหรือคดีครอบครองอาวุธสงครามมักไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณะมากเท่ากับคดียาเสพติด ทั้งๆที่ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนสงครามส่วนใหญ่ หากไม่ใช่อาชญากรก็เป็นผู้มีอิทธิพล ครั้งล่าสุดที่ดูจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนคือเมื่อครั้งที่มีการตรวจพบอาวุธสงครามจำนานมากที่จังหวัดสุรินทร์และศรีะสะเกษในช่วงก่อนการเป็นเจ้าภาพงานประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
  
ในช่วงการเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่างเคยแสดงความเอาจริงเอาจังกับการปัญหาการลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามมาแล้ว หวังว่าหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะมีมาตรการในการจัดการและป้องปรามปัญหาดังกล่าวอย่างเฉียบขาดและต่อเนื่อง

เพราะหากใครสามารถข้ามชายแดนไปซื้อปืนอาก้าในราคาเพียงกระบอกและ 700 บาท แล้วนำกลับเข้ามาในประเทศได้ง่ายๆแบบนี้ ถือเป็นเรื่องน่าห่วงกังวลไม่น้อย นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นที่คนเขาชอบพูดกันว่า ขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามในบ้านเรา ส่วนใหญ่มี”คนมีสี”เกี่ยวข้อง รัฐบาลยิ่งต้องเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้มากขึ้น อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์”วัวหายล้อมคอก”