โวยรัฐแจกเงินให้คนเที่ยว 1.5 หมื่นล้านบาทแต่ตัดงบผู้ป่วย 650 ล้านบาท

วันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 13:49 น.

Views

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมตัวแสดงความไม่พอใจ ที่รัฐบาลทำเงินภาษีประชาชนไปแจกให้คนเที่ยวกว่า 15,000 ล้านบาท แต่กลับมาตัดงบค่ารักษาที่จำเป็นถึง 650 ล้านบาท ส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยเรื้อรัง

ที่โรงแรมเซนทรา แจ้งวัฒนะ วันนี้ ตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง ประกอบด้วยเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วยโรคไต และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เข้าร่วมพิธีเปิดเวทีรับฟังความเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ก่อนแถลงข่าวแสดงความไม่สบายใจ งบประมาณที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดที่แล้วถูกสำนักงบประมาณงุบงิบตัดงบ ทั้งที่ตกลงกันแล้ว ก่อนเข้า ครม. โดยตัดงบนอกเหมาจ่ายรายหัว หรืองบกองทุนเฉพาะโรค เช่น ค่าบริการผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ โรคไต และเอดส์ สำนักงบประมาณยังต่อรองที่จะให้ตัดงบลงอีกกว่า 650 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและการรักษาของกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังแน่นอน

นายนิมิตร์ เทียนอุดม กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ยังไม่ทันจะข้ามวัน หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ประกาศจะไม่มีการร่วมจ่ายและไม่ล้มระบบประกันสุขภาพ แต่ทราบมาว่า กำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ผ่าน ครม.ชุดที่แล้ว ที่อนุมัติตามที่สำนักงบฯ เสนอ โดยมีการตัดงบที่เป็นกองทุนเฉพาะ เช่น ค่าบริการผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ กองทุนเอดส์ กองทุนโรคไต ซึ่งจะทำให้งบประมาณหายไปเกือบ 650 ล้านบาท ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการแจกเงินให้คนไปเที่ยวคนละ 1,500 บาทกว่า 15,000 ล้านบาท และใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจไปกว่า 200,000 ล้านบาท

แม้เป็นมติ ครม.ชุดที่แล้ว แต่นายอนุทิน ที่เป็นทั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่รู้ว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ การตัดงบประมาณในกองทุนเฉพาะโรคแบบนี้ จะส่งผลอย่างมากต่อการเข้าถึงการรักษา และยาจำเป็นของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง แต่ประเทศนี้กำลังรีดเอาเงินที่จำเป็นไปใช้จ่ายในส่วนอื่นที่ไม่จำเป็นเช่นแจกเงินให้เที่ยวเป็นต้น

งบประมาณที่ถูกตัดลดลง ส่งผลไปถึงค่าบริการผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ สปสช.ต้องรับผิดชอบคนไทยทุกคนทุกสิทธิ กลับถูกตัดลดลงกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะในสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่รัฐบาลนี้กำลังจะทิ้งคนแก่เหล่านี้ไว้ข้างหลัง เรานัด รมว.อนุทิน ได้วันที่ 5 กันยายน แต่คิดว่าช้าไป ดังนั้น วันนี้ต้องขอส่งเสียงผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐมนตรีให้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วย

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่แล้วก็ไม่ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ เพราะผู้นำก็คนเดียวกัน ยิ่งเห็นตัวเลขงบประมาณที่รัฐบาลชุดนี้ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งสะท้อนสะท้านใจ เพราะงบที่รัฐเอาไปแจก เอาไปกระตุ้น ล้วนเป็นไปตามที่นโยบายพรรคการเมืองหาเสียงไว้ แต่กลับมารีดเงินเอากับผู้ป่วย อย่างกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีคนต้องรับยากว่า 300,000 คนและเริ่มมารักษาใหม่ปีละกว่า 30,000 คน หากงบลดลง คนเหล่านี้จะถูกตัดโอกาสในการมีชีวิตต่อ

ส่วนตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยโรคไต นายธนพลธ์ ดอกแก้ว กล่าวว่า เพิ่งเห็นว่างบกองทุนไตถูกตัดไปกว่า 300 ล้านบาท ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีความจำเป็นที่ต้องฟอกไตต่อเนื่อง และขณะนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น เครื่องฟอกไตที่บ้าน หรือยากดภูมิสำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ รวมไปถึงค่าบริการการทำเส้นเลือดเพื่อเตรียมล้างไต หรือผ็ป่วยไตที่มีโรคร่วม ซึ่ง สปสช.อยู่ระหว่างพิจารณา แต่ถ้าถูกตัดงบประมาณ โอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ว่าอาจจะหายไป

ทั้งนี้ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขจะมีการขอเข้าพบรัฐมนตรีประทรวงสาธารณสุขในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.

Tag : หลักประกันสุขภาพ เครือข่ายผู้ป่วย รัฐบาล เที่ยว ตัดงบ ข่าวการเมือง