รายงานพิเศษ : เปิดประวัติเหี้ยม มือฆาตกรรมชิงทรัพย์ตา-ยาย

วันที่ 17 ส.ค. 2562 เวลา 04:39 น.

Views

นายสมพงษ์ ภูถนนนอก อายุ 29 ปี เคยก่อเหตุฆ่าพี่ชายแท้ๆ ของตนเอง ในพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรามาแล้ว กระทั่งถูกศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี แต่เมื่อพ้นโทษออกมาได้เพียง 1 ปีเศษ ปรากฏว่าชายคนนี้ต้องตกเป็นผู้ต้องหาอีกครั้ง

เขาก่อเหตุฆาตกรรมชิงทรัพย์ นายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี พร้อมภรรยาอายุ 60 ปี ในห้องเช่าที่เปิดเป็นร้านขายของชำ ในตำบลหนองแสง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา

หลังนายสมพงษ์ก่อเหตุได้เพียง 2 วัน ตำรวจและแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบศพทั้ง 2 คน พบว่าที่คอของนางสมบูรณ์ถูกรัดด้วยสายไฟฟ้าและมีมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว ปักคาอยู่ ส่วนศพภรรยาของนายสมบูรณ์ พบร่องรอยถูกแทงเข้าที่บริเวณใต้กกหูขวา และถูกปาดคอเป็นแผลลึก
หลังสอบปากคำพยานแวดล้อมตำรวจทราบว่า ร้านขายของชำของผู้เสียชีวิตจะมีลูกค้ามาซื้อสินค้าค่อนข้างมาก และทั้งคู่จะเก็บเงินสดไว้กับตัวหลายหมื่นบาท แต่หลังเกิดเหตุ กลับพบพิรุธชายคนหนึ่งที่อาศัยในห้องเช่าใกล้เคียงกัน ขนย้ายทรัพย์สินออกจากห้อง นอกจากนี้ยังพบปลอกมีดปลายแหลมขนาดเดียวกันกับที่พบในจุดเกิดเหตุ นายสมพงษ์จึงตกเป็นต้องสงสัยรายสำคัญ ยิ่งเขามีประวัติเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว ยิ่งทำให้ตำรวจมั่นใจว่าเขาคือผู้ต้องหา

หลังพบศพผู้เสียชีวิตไม่ถึง 1 วัน ตำรวจแกะรอยจับกุมนายสมพงษ์ ระหว่างหลบซ่อนตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ พร้อมยึดของกลางปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 2 นัด จากนั้นก็ควบคุมตัวสอบสวน ก่อนเขาจะรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆาตกรรมสามีภรรยาในร้านขายของชำ

ตำรวจควบคุมตัวนายสมพงษ์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขาได้ชี้จุดตั้งแต่เริ่มเคาะประตูห้องเช่าที่เปิดเป็นร้านขายของชำ จากนั้นพ่อค้า คือนายสมบูรณ์ได้เปิดประตูห้องให้ผู้ต้องหาเข้าไปด้านใน จังหวะที่อีกฝ่ายหันหลัง ผู้ต้องหาได้ใช้มีดปลายแหลมปาดคอ แล้วปักที่คอด้านขวาจนเสียชีวิต ก่อนหันไปใช้มีดแทงภรรยานายสมบูรณ์ แล้วใช้สายไฟฟ้ารัดคอ เขากลับไปขนย้ายสิ่งของออกจากห้อง จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ผู้ต้องหาอ้างว่า โมโหที่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมขายสุราให้ เพราะตนเองยังติดค้างหนี้เก่าอยู่ แต่หลังก่อเหตุฆ่านายสมบูรณ์ ปรากฏว่าภรรยาของผู้เสียชีวิตตื่นมาเห็นเหตุการณ์ จึงตัดสินใจฆ่าปิดปาก ตำรวจแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ญาติและชาวบ้านต่างประณามการกระทำผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมกับคนชราที่ไม่มีทางสู้ แม้ว่าเขาจะเพิ่งพ้นโทษจากคดีฆ่าพี่ชายตนเอง แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นกลับไม่ได้เป็นสิ่งเตือนใจผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งสุดท้ายเขาต้องกลับเข้าคุกอีกรอบ

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง ฆ่าชิงทรัพย์ตายาย