สนามข่าว 7 สี

จ่อบรรจุญัตติปมถวายสัตย์ฯ ก.ย.นี้ นายกฯ ยันไม่ละเลย เตรียมชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

สนามข่าวการเมืองวันนี้ เริ่มกันที่ความชัดเจนเรื่องญัตติอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ก็มีความชัดเจนแล้วว่าอาจเป็นต้นเดือนกันยายน

โดย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ได้หารือกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ แล้ว เห็นควรบรรจุวาระเป็นกรณีพิเศษในเดือนกันยายน ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญในวันที่ 18 กันยายนแล้ว

ด้าน นายกรัฐมนตรี ก็เตรียมชี้แจงเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยยืนยันไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ เพราะสังคมให้ความสนใจ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะสามารถไปชี้แจงสภาด้วยตัวเองได้หรือไม่ เพราะมีภารกิจมาก

ขณะที่ ฝ่ายค้านก็เตรียมหารือวิปรัฐบาล เพื่อกำหนดกรอบเวลาและผู้อภิปราย ซึ่งคาดว่ามีผู้อภิปราย 15 คน และใช้เวลา 2 วัน ส่วนวันพรุ่งนี้ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา เพื่อเปิดทางให้มี สสร. มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ส่วนการร่วมประชุม สส. ครั้งแรกของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อวานมีหลายเรื่องที่ต้องสะสาง โดยเฉพาะพฤติกรรมของ สส. สิระ เจนจาคะ

งานแรกของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเองจาก สส.พรรค คือ คำฝากฝังของ นายกรัฐมนตรี ที่ให้ไปเตือน นายสิระ เจนจาคะ สส.กรุงเทพมหานคร ไม่ให้มีเหตุการณ์เหมือนที่ภูเก็ตอีก

ทั้งนี้ นายสิระ ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษประชาชนทั้งประเทศ โดยยืนยันไม่มีเจตนาทำร้ายใคร และเมื่อผู้บังคับบัญชาของพรรคเตือน ตนก็พร้อมยอมรับ

นักข่าวถาม นายกรัฐมนตรี สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า ตนเองไม่จำเป็นต้องคุยกับ นายสิระ แล้ว เพราะว่าเป็นเรื่องของพรรค ไม่เกี่ยวกับตน และได้ให้ พลเอก ประวิตร ไปตักเตือนแล้ว อีกทั้งยังบอกอีกว่า ตำรวจมีงานต้องรับผิดชอบเยอะ ทั้งยังไม่มีกติกาที่ว่า หาก สส. ลงพื้นที่ จะต้องมีคนไปอารักขา ดูแล หากกลัวอันตราย ให้ทำหนังสือแจ้งไปทางตำรวจ แต่ นายสิระ อาจไม่เข้าใจข้อกฎหมายนี้ และใจจริงแล้วตนเองไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และขอให้ลด ๆ ลงบ้าง อย่าทำแบบนี้อีก ไม่เห็นชอบด้วย 

ขณะที่ นายนัทธี ถิ่นสาคู สส.พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดภูเก็ต ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น บอกว่า ตนได้โทรศัพท์ไปขอโทษรองผู้กำกับ สภ.กะรน แล้ว โดยขอโทษในนาม สส. ของพรรคพลังประชารัฐ และยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนกิจกรรมนี้ ซึ่งทางรองผู้กำกับก็เข้าใจ และได้ชี้แจงกับประชาชนในจังหวัดภูเก็ตด้วยว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของตนเอง สส. ทั้ง 4 คน ลงมาเอง อีกทั้งยังบอกอีกว่า เสียใจและไม่พอใจในตัวของ สส. ที่ลงพื้นที่ เพราะไม่ได้บอกกล่าวตนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ 

หลังการประชุม สส.พรรค พลเอก ประวิตร แถลงข่าวร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐเป็นครั้งแรก ยืนยัน เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว เตรียมนำพรรคกวาดที่นั่ง สส. ให้มากกว่า 116 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และตั้งใจช่วยงานพรรคให้เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ก็อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามคาด เน้น 3 กลุ่มหลัก หวังผลักดันเม็ดเงินหมุนในระบบ 3.1 แสนล้านบาท 

ในด้านการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เป็นการเพิ่มเงินรายเดือนผู้ถือบัตร 500 บาท ผู้สูงอายุ 500 บาท และค่าเลี้ยงดูบุตร 300 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

ส่วนเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งมีทั้งลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ส่วนชาวนาที่ขึ้นทะเบียนไว้จะได้รับการอุดหนุนต้นทุนการผลิตข้าวนาปี ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ 

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ ข้ามจังหวัดคนละ 1,000 บาทนั้น ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ททท. 10 ล้านคนแรก ตั้งแต่ 23 กันยายน - 15 พฤศจิกายน และต้องเที่ยวใช้จ่ายเงินในจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในบัตรประชาชนภายใน 14 วันด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำมาตรการทั้งหมดไม่ใช่การแจกเงิน 

ส่วนมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน-อินเดีย คณะรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย เพราะกังวลปัญหาความมั่นคง แต่ได้ขยายการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival 18 ประเทศ รวมจีนและอินเดีย ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563