News

ยังไม่สรุป กลุ่มไหนระเบิดป่วน จ.ยะลา วอนประชาชนร่วมระวังป้องกัน

เจ้าหน้าที่ชุด EOD พร้อมด้วยตำรวจ ทหาร ตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดเสาไฟฟ้า ริมถนนสายยะลา-รามัน บ้านปารามีแต หมู่ที่ 7 ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา พบว่าเสาไฟฟ้าเสียหาย 1 ต้น และคนร้ายยังวางระเบิดดักไว้อีก 1 ลูก เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ เป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5-10 กิโลกรัม ตั้งเวลา 19.00 น. คืนที่ผ่านมา แต่ระเบิดไม่ทำงาน

ส่วนบนถนนสาย 4065 บริเวณสามแยกบ้านเนียง-ยะหา บ้านบูเก๊ะ หมู่ที่ 2 ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา ซึ่งคนร้ายวางระเบิด 2 ลูก ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนน 5 ต้น เจ้าหน้าที่ยังปิดเส้นทางห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน เพื่อให้ชุด EOD เคลียร์พื้นที่ จนมั่นใจว่ามีความปลอดภัย เพราะเกรงว่าคนร้ายจะซุกระเบิดดักไว้อีก

ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า เกิดขึ้นใน 4 อำเภอ 6 เหตุการณ์ คือ เมืองยะลา, ยะหา, บันนังสตา และธารโต ซึ่งมีทั้งวางระเบิดเสาไฟฟ้า, วางระเบิดตู้ ATM, วางเพลิง, เผายางรถยนต์ เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 8 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ แต่ทุกคนปลอดภัยแล้ว

ส่วนผู้ก่อเหตุยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่งไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงแล้ว โดยเบื้องต้นเชื้อว่า เป็นแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ และแสดงศักยภาพของกลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดชุดออกตามล่าแล้ว

พลตำรวจตรีกฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สั่งให้เพิ่มความเข้มงวด รวมทั้งเฝ้าระวังตรวจสอบสถานที่สำคัญทุกแห่ง และให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทั้งถนนสายหลัก สายรอง ตรวจสอบ บุคคล รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้แนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุซ้ำอีก

ด้าน พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้ช่วย ผอ.รมน. ระบุว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไม่ได้มากขึ้น จนถือเป็นนัยสำคัญ เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญและทุ่มเทการทำงาน เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากที่สุด

ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ติดตามสืบสวนสอบสวน และมอบหมายให้ดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งการเยียวยาต่างๆ และติดตามเฝ้าระวังกันต่อไป

ด้าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุต้องขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการระวังป้องกันให้มากขึ้น พร้อมกับต้องพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต่อไป เพื่อให้มีความคืบหน้า พร้อมบอกว่าจะมีข่าวดี โดยจะกำหนดพื้นที่ปลอดภัยอีกหนึ่งอำเภอ

รายงานข่าวแจ้งว่าพื้นที่ที่จะปรับการใช้จาก พระราชกำหนดฉุกเฉิน เป็น พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 คือ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ที่เตรียมเสนอรองนายกรัฐมนตรีพิจารณา ว่าจะเข้าเกณฑ์หรือไม่ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป