News

งงเด้!"ศิริโชค"รับอึ้ง กกต.ยกคำร้องผู้สมัคร สส.เขต 7 สงขลาพรรคภูมิใจไทยจัดเลี้ยง

"ศิริโชค" ยอมรับรู้สึกงงที่ กกต.ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย จัดเลี้ยง โดยอ้างว่า ยังไม่เปิดรับสมัครและไม่ได้พูดจูงใจจึงไม่ผิด จี้ กกต.ตอบ 3 ข้อสงสัย หวั่นคำวินิจฉัยของ กกต. จะเป็นบรรทัดฐานในอนาคต

นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า กกต. ได้แจ้งคำวินิจฉัย มาถึงตนในฐานะผู้ร้อง กรณีมีการจัดเลี้ยงในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลาของผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นความผิด จัดเลี้ยงเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73 วรรค 1(4)

โดยกกต.วินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องได้จัดพิธีเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย มีการนิมนต์พระภิกษุมาทำพิธีในพิธีมีญาติที่อยู่ในละแวกดังกล่าวมาร่วมพิธีประมาณ 20 คน มีการจัดทำอาหารเพื่อบริการแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเท่านั้นประกอบกับวันเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นวันก่อนการเปิดรับสมัครรับเลือก ตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องได้พูดจูงใจผู้ร่วมพิธีเพื่อจะให้เลือกผู้ถูกร้อง จึงยกคำร้องในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ. ศ. 2561 มาตรา 73 วรรค 1(4)

ตนจึงมีข้อสงสัยใน 3 ประเด็นคือ

1.โดยปกติ กฎหมายเลือกตั้ง สส.จะมีผลบังคับใช้ เมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง สส. กรณีนี้ แม้ กกต. จะอ้างว่า ยังไม่ได้มีการเปิดรับสมัคร แต่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม การจัดเลี้ยงเกิดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม เท่ากับ กกต.กำลังสร้างบรรทัดฐานว่า การกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. จะเริ่มนับ 1 ในวันรับสมัครเลือกตั้ง ไม่ใช่วันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ใช่หรือไม่

2.จากการไต่สวนของ กกต. ระบุชัดเจนว่า มีการจัดทำอาหารให้กับผู้เข้าร่วมพิธีเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลาพรรคภูมิใจไทย แต่ที่ชี้ว่าไม่ผิด เป็นเพราะผู้เข้าร่วมพิธีคือญาติของผู้ถูกร้อง จึงมีคำถามว่าญาติผู้ถูกร้อง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงมีข้อยกเว้นในการจัดเลี้ยงให้กับญาติว่าสามารถทำได้

3 กกต.ให้เหตุผลในการยกคำร้องว่าไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกร้องพูดจูงใจผู้ร่วมพิธีเพื่อจะให้เลือกผู้ถูกร้อง แต่ในกฎหมายเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 ระบุชัดว่าห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ โดยวงเล็บ 4 กำหนดเกี่ยวกับเรื่องเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยงผู้ใด จะเห็นได้ว่ากฎหมายระบุเรื่องของวิธีการคือห้ามไม่ให้จัดเลี้ยงแต่จากคำวินิจฉัยนี้ กกต. กำลังวางมาตรฐานว่าจัดเลี้ยงได้ถ้าไม่พูดจูงใจ

ตนคิดว่ากกต.ควรมีคำตอบ ในเรื่องนี้เพราะคำวินิจฉัยของกกต.จะถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในกรณีอื่นๆ หากข้อสงสัยของผมเป็นจริง เท่ากับในอนาคต ผู้สมัคร สามารถจัดเลี้ยง ญาติได้โดยไม่มีความผิด สามารถจัดเลี้ยงใครก็ได้ถ้าไม่พูดจูงใจ และการจัดเลี้ยงก่อนวันรับสมัคร ไม่ถือเป็นความผิดใช่หรือไม่