News

พ่อค้า-แม่ค้าโอด! ข้าวเหนียวแพงทำกำไรหด ไม่กล้าขึ้นราคากลัวลูกค้าหาย

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านจำหน่ายข้าวสารในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังราคาข้าวสารเหนียวปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยนางเลิศลักษณ์ ตรงศิริ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายข้าวสาร เปิดเผยว่า ล่าสุดข้าวเหนียวปรับราคาขึ้นกิโลกรัมละ 42-50 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 23-30 บาท ปัจจุบันหากเป็นข้าวชั้นดีจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท

เธอคาดว่า แนวโน้มราคาข้าวสารเหนียวจะยังคงปรับขึ้นเรื่อยๆ หากเกษตรกรที่ปลูกข้าวยังคงประสบปัญหาภัยแล้งอยู่ จะส่งผลให้ข้าวสารเหนียวขาดตลาด

ด้าน นางบังอร เสียงเสนาะ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง เปิดเผยว่า เธอทำอาชีพนี้มานานกว่า 20 ปี เพิ่งเคยเจอวิกฤตราคาข้าวสารเหนียวสูงที่สุดในรอบ 20 ปี โดยเมื่อต้นปีราคาข้าวสารเหนียว หากซื้อราคาส่งจะกระสอบละ 660 บาท แต่ขณะนี้ปรับขึ้นเท่าตัวกระสอบละ 1,260 บาท แต่เธอก็ไม่กล้าขึ้นราคาขายข้าวเหนียวนึ่ง เพราะกลัวลูกค้าประจำหาย จึงขายราคาเท่าเดิม 5 บาท, 10 บาท แต่ลดปริมาณลงเล็กน้อย

ขณะที่ นายจักรพงษ์ ปิ่นคำ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านส้มตำชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งทางร้านจะใช้ข้าวสารเหนียวมานึ่งขายสัปดาห์ละ 200 กิโลกรัม แต่จากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้แบกต้นทุนข้าวสารเหนียว จากเดิมสัปดาห์ละ 4,000 - 5,000 บาท เป็นขณะนี้ 8,000 บาท แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เกรงผู้บริโภคลำบาก จึงขายราคา 10 -20 บาทเท่าเดิม แต่ลดปริมาณลงเล็กน้อย

ด้าน นางสาวอนุสรา กัปโก อายุ 23 ปี ผู้บริโภค เปิดเผยว่า ยังคงซื้อข้าวเหนียวนึ่งมาทานปกติ ถึงแม้ว่าพ่อค้าแม่ค้าลดปริมาณลงเล็กน้อย แต่เข้าใจว่าด้วยภัยแล้งและสินค้าหลายอย่างปรับขึ้นราคา จึงกระทบทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค

ส่วน นายเทพรักษ์ บุญรักษา อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขนมไทยรุ่นที่ 3 ในตลาดโต้รุ่งร่วมจิตร เทศบาลขอนแก่น เผยว่า ขณะนี้ยังไม่ขึ้นราคาข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน และขนมไทยอื่นๆ และไม่ลดปริมาณลง ถึงแม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากทางร้านยังแบกรับต้นทุนไหว และไม่อยากผลักภาระให้ผู้บริโภคเพิ่ม จึงขายราคาเท่าเดิม โดยข้าวเหนียวมูนกิโลกรัมละ 220 บาท

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าวอนรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องปากท้องประชาชน คุมราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาข้าวสารเหนียว และดูแลเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง เนื่องจากขณะนี้กระทบเป็นวงกว้าง