สนามข่าว 7 สี

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปมถวายสัตย์ฯ

ประเด็นการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ก็ต้องถึงมือศาลรัฐธรรมนูญจนได้ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติ และส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว ขณะที่ฝ่ายค้านยังเดินหน้าการอภิปรายญัตติเรื่องนี้ในสภาต่อไป

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาล รธน. ปมถวายสัตย์ฯ
เหตุผลที่ทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาจากคำร้องของ นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ร้องว่าการถวายสัตย์ไม่ครบของนายกรัฐมนตรี จะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินให้กลายเป็นโมฆะ เข้าข่ายละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเมื่อวานนี้

นายกฯ นำ ครม. น้อมนำพระราชดำรัสลายพระราชหัตถ์
ก่อนผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีมติในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำ ครม. ร่วมพิธีรับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และหลังการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรียังได้อัญเชิญพระราชดำรัสมาเผยแพร่ ระหว่างทีมโฆษกแถลงข่าว พร้อมระบุว่า ไม่มั่นใจว่าหลังเสร็จสิ้นพิธีช่วงเช้าจะทำให้การวิจารณ์เรื่องถวายสัตย์ไม่ครบจบลงด้วยหรือไม่ และยังไม่ให้ความชัดเจนว่าจะไปตอบฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติด้วยตัวเองหรือไม่ ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

ฝ่ายค้านเดินหน้าญัตติอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ
ขณะที่ฝ่ายค้านพร้อมใจประสานเสียงว่าปมถวายสัตย์ยังไม่จบ โดยทั้งเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันเดินหน้าอภิปรายในสภาต่อ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีไปชี้แจงด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ศาล รธน.นัดวินิจฉัยนายกฯ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่
นอกจากคำร้องปมถวายสัตย์ฯ ของ ครม.แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญยังนัดอ่านคำวินิจฉัยสถานะของนายกรัฐมนตรีด้วย

โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคำร้องความเป็นรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ในวันที่ 18 กันยายน เวลา 14.00 น.

ศาล รธน. ฟัน ธีระเกียรติ ถือหุ้มสัมปทานรัฐ ส่อหลุดเก้าอี้ สว.
แต่ที่ไม่ต้องรอ และศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำพิพากษาเลยก็คือคดีที่ กกต. ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ สิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีที่ถือครองหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ

ที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่าหม่อมหลวงปนัดดา, นายสุวิทย์ และนายไพรินทร์ ไม่มีเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะถือครองหุ้นก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี

แต่สำหรับ นายธีระเกียรติ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะคู่สมรสถือครองหุ้นในบริษัทปูนซีเมนต์ไทย และซื้อเพิ่มเติมหลังจากการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้าม ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะการถือหุ้นเพียงหุ้นเดียว ก็ถือว่าถือครองหุ้นต้องห้าม โดยศาลสั่งห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี นับจากวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

ทั้งนี้ นายธีระเกียรติ ปัจจุบันเป็น สว.จากการสรรหา ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ก็จะรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการของศาลรัฐธรรมนูญก่อน จากนั้นจะพิจารณากระทบกับการเป็นสมาชิกภาพ สว.ของนายแพทย์ธีระเกียรติหรือไม่ และหากต้องพ้นจากความเป็น สว. ก็จะขยับรายชื่อสำรองลำดับถัดไป คือ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนขึ้นมาแทน