News

อาจารย์ร้อง จ้างเพื่อนบ้านเลี้ยงลูกวัย 5 เดือน พบเลือดคั่งในสมอง

เมื่อช่วง 10.00 น. ที่ผ่านมา อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี พร้อมกับสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลูกชายอายุ 5 เดือน มีอาการเลือดคั่งในสมองขณะฝากเพื่อนบ้านเลี้ยงดู โดยแจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ

เธอเล่าว่า นำลูกชายไปฝากหญิงอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เลี้ยงดูตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยจะนำลูกชายไปฝากตอนเช้าและรับกลับช่วงเย็น จ่ายค่าจ้างให้วันละ 250 บาท หากวันไหนให้นอนค้างคืนด้วยจะคิดเพิ่มอีก 250 บาท เป็น 500 บาท ส่วนสามีเป็นครูอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะกลับบ้านช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร

กระทั่งวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เธอเดินทางไปสอบประกันหลักสูตร และต้องจัดเตรียมงาน จึงนำลูกชายไปฝากเลี้ยง โดยให้ค้าง 2 คืน กระทั่งช่วง 10.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม ขณะกำลังสอนพิเศษอยู่ พี่เลี้ยงได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกชายมีอาการคออ่อน ตาลอย และไม่มีแรง จึงบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแพทย์ พบว่าลูกชายมีอาการชักเกร็ง จึงฉีดยากันชักให้ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่ออีกโรงพยาบาล ต่อมาแพทย์แจ้งผลสแกนสมองว่า มีเลือดออกในสมอง จึงแนะนำให้เธอไปแจ้งความไว้ก่อน จึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองจันทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

หลังจากนั้น ทราบว่าตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านของหญิงอายุ 60 ปี และสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น หญิงอายุ 60 ปี ยืนยันว่าลูกชายเธอมีอาการผิดปกติ ขณะกำลังบดข้าวป้อนให้เด็กอีกคน ได้ยินเสียงลูกชายของเธอร้องไห้ประมาณ 3-4 นาที พอเดินมาดูก็พบว่าคออ่อน ตาลอยแล้ว ล่าสุด ตำรวจแจ้งว่าต้องรอผลตรวจจากแพทย์ เลยยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ

ส่วนอาการลูกชายล่าสุด แพทย์พบมีเลือดออกที่จอประสาทตา และอาจจะส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ส่วนอาการเลือดคั่งในสมอง อาจส่งผลให้เด็กพิการทางสมอง คงต้องให้ยารักษาพร้อมกับทำกายภาพบำบัด

หลังรับเรื่อง นางปวีณาได้ประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.เมืองจันทบุรี และนัดหมายเพื่อพูดคุยกรณีดังกล่าวในช่วงบ่ายโมง วันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) พร้อมทั้งจะเดินทางไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล เพื่อสอบถามอาการจากแพทย์ และนำไปประกอบสำนวนในการดำเนินคดีต่อไป