News

ดร. มา่นะ ยกเคส ครูอ้อม ตอกย้ำไทย แก้คอร์รัปชันล้มเหลว

ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "มานะ นิมิตรมงคล" แสดงความคิดเห็น กรณีเกิดเหตุคนร้ายปาเลือดหมูสดใส่หน้าห้องเรียนชั้นอนุบาล เพื่อข่มขู่ครูสาว วัย 32 ปี ครูเจ้าของห้อง ให้หวาดกลัว หลังออกมาแฉเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนไม่มีคุณภาพ จนเจ้าตัวถูกคำสั่งย้าย แม้ภายหลัง จะมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมก็ตาม โดย ดร. มานะ นิมิตรมงคล ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ได้ตอกย้ำความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของไทย

ความอ่อนแอของ ป.ป.ช. จากกรณี "ครูอ้อมถูกข่มขู่และสั่งย้าย"

การข่มขู่และสั่งย้ายครูอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ จากการที่เธอ กล้าออกมาเปิดโปงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ได้ตอกย้ำความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของไทย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ข่าวครูให้เด็กกินนมโรงเรียนบูด เลี้ยงอาหารกลางวันด้วยขนมจีนคลุกน้ำปลา ไข่พะโล้บูด ต้มฟักวิญญาณไก่ ล้วนเป็นเรื่องน่ารังเกียจที่คนไทยต้องทนฟังซ้ำซาก

พฤติกรรมชั่วร้ายทำนองนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วไป เพียงแต่ส่วนใหญ่ผู้พบเห็นไม่กล้าพูดเพราะกลัวอิทธิพลและการคุกคาม ดังที่ครูอ้อมโดนกระทำอยู่

อันที่จริง การปกป้องคนที่อาสาทำดีเพื่อสังคมนั้นทำได้ หาก ป.ป.ช. ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 131,132,133 มาคุ้มครองคนดีอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนมั่นใจ และกล้าพูดกล้า เปิดเผยกลโกงที่พบเห็น (Whistle blower protection) โดยเริ่มจากกรณีครูอ้อมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้แจ้งเบาะแส และให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ช.

อย่ารอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาฯ ในการแก้ไขปัญหาภายใน เพราะจะสายเกินไป

อย่ารอให้พลังสังคมต้องออกมาเรียกร้องกดดัน แต่ ป.ป.ช. ต้องลงมือทำตามหน้าที่ให้สมกับที่ประชาชนฝากความหวังไว้ทันที

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน