News

ย้อนคดีเด่นรอบสัปดาห์ : บทสรุปคดีฆ่าข่มขืนแหม่มอังกฤษที่เกาะเต่า

จุดเริ่มต้นคดีนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 เมื่อตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบศพนักท่องเที่ยวชายและหญิงเสียชีวิตอยู่ชายหาดทรายรี ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพศพนักท่องเที่ยวหญิงอยู่ในสภาพเปลือยกายมีร่องรอยถูกข่มขืน

ช่วงแรกของการสืบสวนมีประเด็นผู้มีอิทธิพลบนเกาะเต่าและพยานหลักฐานหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้จนทิศทางการสืบสวนเริ่มสับสนถึงขั้นต้องรื้อคดีขึ้นสอบสวนใหม่ เวลาผ่านไปเกือบ 20 วัน ในที่สุดตำรวจก็ตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้สำเร็จ คือ นายซอเลน หรือโซเรน และนายเวพิว หรือวิน สัญชาติเมียนมา แต่หลังจบการแถลงข่าวสังคมก็เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าชาวเมียนมาที่จับกุมได้เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุตัวจริงหรือไม่

จนมาถึงปลายปี 2558 ศาลจังหวัดเกาะสมุย ก็พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน แต่ผ่านไป 2 วัน ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวประท้วงไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา เช่นเดียวกับทนายความที่นำเรื่องนี้ไปต่อสู้อุทธรณ์คดีให้กับจำเลยทั้ง 2 คน

ข้อต่อสู้ที่นำไปอุทธรณ์ก็คือ เรื่องที่จำเลยถูกซ้อมให้รับสารภาพ มีการสร้างพยานหลักฐานเท็จและการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจก็ออกมาชี้แจงว่า เป็นไปตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย หรือไม่

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยที่ยื่นมาไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะทำให้ศาลรับฟังได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตเช่นเดิม

ทนายความของจำเลยก็ยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นต่างๆ นี้อีกครั้ง ทั้งเรื่องที่อ้างว่าถูกล่ามแปลภาษาทำร้ายร่างกาย เรื่องการขโมยโทรศัพท์ เรื่องการสร้างพยานหลักฐานเท็จและการเก็บพยานหลักฐานไม่เป็นไปตามหลักสากล แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วฟังไม่ขึ้น เชื่อว่าที่จำเลยให้การในชั้นพนักงานสอบสวนเป็นไปด้วยความสมัครใจ จึงพิพากษายืนให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวาง ระหว่างรอรับโทษตามคำพิพากษา

ความหวังสุดท้าย คือ ยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษที่ทนายความอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 60 วัน นับตั้งแต่ที่มีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม