News

เริ่มชัดเจนปมอภิปรายเหตุถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และประเด็นข่าวอื่นๆ

วิปรัฐบาลหารือร่วมกับ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวันอภิปรายญัตติทั่วไปโดยไม่ลงมติปม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะอภิปรายในวันใด โดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตัดสินใจระหว่างวันที่ 11 หรือ 12 กันยายน เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันพรุ่งนี้ โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะอภิปราย 1 วัน หรือ 2 วัน ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็รอการตัดสินใจจากคณะรัฐมนตรีว่าจะให้มีการอภิปรายในวันใด โดยไม่ขัดหากจะมีการเสนอให้ประชุมลับ เพราะเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ในการอภิปรายที่ประชุมสามารถทำได้ 2 อย่าง คือ ซักถามกับให้คำแนะนำ จึงต้องมีการประสานงานกันเพื่อความพร้อมของทั้ง 2 ฝ่าย

ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ไม่ขัดข้องหากจะให้อภิปรายกลางสัปดาห์หน้าแต่ขอฝ่ายรัฐบาลตอบให้ชัดเจนว่าเป็นวันใดแน่นอน และนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงญัตติเองหรือไม่ ส่วนเวลา 1 วัน เพียงพอหรือไม่ ฝ่ายค้านก็ขอให้มีการอภิปรายไปก่อน หากไม่เพียงพอหรือมีข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนก็จะขอประธานสภาฯ เพิ่มเวลาการอภิปรายต่อไป

รัฐบาลเตรียมจัดรายการ "นายกฯ พบประชาชน" อีกครั้ง เสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจรูปแบบและช่วงเวลาออกอากาศที่เหมาะสม

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะหารือกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นหน่วยงานหลักในการนำเสนอรูปแบบรายการ "นายกรัฐมนตรีพบประชาชน" จากนั้นจะเสนอให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้พิจารณาวันนี้

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นรูปแบบรายการประจำหรือเป็นเฉพาะกิจระหว่างที่นายกรัฐมนตรีพบประชาชน หรือออกมาในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรัฐบาลจะพยายามให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างดีที่สุด ตลอดจนยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นวัน เวลาหรือช่วงเวลาอื่น ต้องรอนายกรัฐมนตรีตัดสินใจขั้นสุดท้าย

เรื่องนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกยังไม่ได้หารือในเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีไม่ประสงค์หรือมีแนวคิดที่จะกลับมาจัดรายงาน แต่อาจเป็นความหวังดีของนายเทวัญ ในฐานะที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ