News

สังเวยแล้ว 14 ราย ผลกระทบพายุถล่ม

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุป อิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.62 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด รวม 111 อำเภอ 412 ตำบล 1,789 หมู่บ้าน  1 เขตเทศบาล 6 ชุมชน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 60,914 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 14 ราย (อำนาจเจริญ 4 ราย ขอนแก่น 3 ราย ร้อยเอ็ด 2 ราย พิจิตร 2 ราย อุบลราชธานี 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย และมุกดาหาร 1 ราย) สูญหาย 2 ราย (อำนาจเจริญ และน่าน) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย (ชัยภูมิ) โดยยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด อพยพประชาชนรวม 13 จุด 1,118 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือขอนแก่น อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี

ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถและเรือท้องแบนเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักบางแห่ง อีกทั้งบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ซึ่ง ปภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการป้องกันและบรกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสาน 53 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 13 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ให้เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ในวันที่ 4 ก.ย. นี้ โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด