ออกหมายจับเพิ่มกรรมการบริษัทแหลมเกตฯ

วันที่ 12 ก.ย. 2562 เวลา 01:38 น.

Views

พลตำรวจตรีศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. แถลงข่าวตามนัด ชี้แจงความคืบหน้าคดีนี้ให้กับกลุ่มผู้เสียหายที่ไปร่วมรับฟังจำนวนมาก และสื่อมวลชนที่ไปติดตามข่าว โดยพลตำรวจตรีศิร์ธัชเขต บอกว่า นอกจากนายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือนายโจม พารณจุลกะ กรรมการบริษัทแหลมเกต อินฟินิต จำกัด เจ้าของร้านอาหารแหลมเกตที่ถูกตำรวจจับกุมตัวแล้วส่งฝากขังต่อศาลไปก่อนหน้านี้ ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน เป็นกรรมการ บริษัท แหลมเกต อินฟินิต จำกัด ที่ร่วมกันกระทำผิด ซึ่งได้ไปขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ และอยู่ระหว่างติดตามตัว คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ส่วนการสืบสวน พบว่า บริษัทแหลมเกตฯ ได้ว่าจ้างบริษัทคอลเซนเตอร์ และบริษัทสื่อออนไลน์ ให้ช่วยขายบัตรรับประทานอาหารโปรโมชั่นราคาถูก รวม 57 โปรโมชั่น มีผู้ซื้อบัตรดังกล่าวไปกว่า 22,000 คน หรือกว่า 370,000 ที่นั่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท แต่พบว่ามีผู้เสียหายที่ใช้บัตรดังกล่าวไม่ได้ และเข้าแจ้งความกับตำรวจ ปคบ.เพียงแค่ 626 คน มูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท

หากผู้เสียหายคนใดยังไม่เข้าแจ้งความ ตำรวจย้ำมาว่าสามารถไปแจ้งกับตำรวจ ปคบ. ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร บี ชั้น 4 หรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1135 ตำรวจจะสอบปากคำและนำไปต่อท้ายสำนวนคดีเดิม

สำหรับการนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหา ในช่วงที่มีการซื้อขายบัตรรับประทานอาหาร มีเงินเข้าบัญชีกว่า 30 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 90 บาท ซึ่งตำรวจได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของผู้ต้องหา เพื่ออายัดมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย ในเบื้องต้นพบว่าเป็นลักษณะเงินที่ถอนออกจากบัญชีเพื่อไปจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมส่วนตัวเดือนละ 50,000 บาท, ค่าบ้าน, ค่ารถ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนเงินออกนอกประเทศ

นอกจากผู้เสียหายที่ซื้อบัตรรับประทานอาหารแล้ว ยังมีผู้เสียหายที่เป็นผู้ขายวัตถุดิบให้กับผู้ต้องหา อาทิ ปลากะพง ปลาหมึก ปู กุ้ง และภาชนะชานอ้อย แต่เมื่อส่งวัตถุดิบให้กลับถูกจ่ายเช็คเด้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000,000 บาท ซึ่งตำรวจจะแยกฟ้องเป็นคดีเช็คเด้งอีก 1 คดี

สอบถามข้อมูลสายด่วน ปคบ. โทร.1135