จำคุก 4 ปี แกนนำบุกล้มประชุมอาเซียนปี 52

วันที่ 12 ก.ย. 2562 เวลา 01:38 น.

Views

วันนี้ ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมพวกรวม 13 คน ในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 ในกรณีที่จำเลยกับพวก เข้าปิดล้อมและบุกเข้าไปภายใน โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 10-11 เมษายน 2552 จนเกิด เหตุชุลมุน ทำให้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งประเทศไทยเป็น เจ้าภาพ ต้องล้มไป

ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำคุกนายอริสมันต์ พร้อมพวกรวม 13 คน เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น กระทั่งวันนี้ ศาลฎีกา ก็มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยยกเว้นนายสมยศ พรหมมา เนื่องจากเป็นมวลชนเข้าร่วมชุมนุม ไม่ใช่แกนนำ

แต่เนื่องจากวันนี้ มีเพียงนายศักดา นพฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค เพื่อชาติ จำเลยที่ 10 เดินทางมาฟังคำพิพากษาเพียงคนเดียว หลังฟังคำพิพากษา เจ้า หน้าที่ราชทัณฑ์ จึงคุมตัวนายศักดา ไปเรือนจำพิเศษพัทยา ทันที ส่วนนายอริสมันต์ และนายแพทย์วัลลภ ยังตรง ให้ทนายนำใบรับรองแพทย์ แนบคำร้องขอเลื่อนอ่านคำพิพากษา เนื่องจากป่วย ศาลพิจารณาเห็นว่า อาการป่วยไม่ได้ร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อน และทำการอ่านคำพิพากษาลับหลังต่อหน้าทนาย ก่อนจะออกหมายจับ และให้เจ้าพนักงาน ติดตามตัวนายอริสมันต์ และนายแพทย์วัลลภ มาฟังคำพิพากษานี้อีกครั้ง ตอน 9 โมงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2562 พร้อมกับจำเลยอีก 7 คน ที่ไม่มาศาลวันนี้ โดยไม่แจ้งสาเหตุ

ส่วน พันตำรวจโทไวพจน์ อาภารัตน์ อดีตแกนนำ นปช.เดิมเป็น สส.พรรคเพื่อไทย ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เป็น สส.กำแพงเพชร วันนี้ยังคงเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติ ไม่ได้เดินทางไปศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฟังคำพิพากษา เนื่องจากไม่ได้รับหมายเรียก ทั้งนี้นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ก็ไม่ได้รับหมายเรียกเช่นกัน ศาลจึงให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้ง 3 คน ไปฟังคำพิพากษาพร้อมกัน ในวันที่ 31 ตุลาคม

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในกรณีนี้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา ถือว่าพันตำรวจโทไวพจน์ พ้นสภาพจากความเป็น สส. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีตามหมายจับ ไม่มีเอกสิทธิ์ คุ้มครอง กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม เนื่องจาก พันตำรวจโทไวพจน์ เป็น สส.ระบบแบ่งเขต
วันนี้ ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมพวกรวม 13 คน ในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 ในกรณีที่จำเลยกับพวก เข้าปิดล้อมและบุกเข้าไปภายใน โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 10-11 เมษายน 2552 จนเกิด เหตุชุลมุน ทำให้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งประเทศไทยเป็น เจ้าภาพ ต้องล้มไป

ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำคุกนายอริสมันต์ พร้อมพวกรวม 13 คน เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น กระทั่งวันนี้ ศาลฎีกา ก็มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยยกเว้นนายสมยศ พรหมมา เนื่องจากเป็นมวลชนเข้าร่วมชุมนุม ไม่ใช่แกนนำ

แต่เนื่องจากวันนี้ มีเพียงนายศักดา นพฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค เพื่อชาติ จำเลยที่ 10 เดินทางมาฟังคำพิพากษาเพียงคนเดียว หลังฟังคำพิพากษา เจ้า หน้าที่ราชทัณฑ์ จึงคุมตัวนายศักดา ไปเรือนจำพิเศษพัทยา ทันที ส่วนนายอริสมันต์ และนายแพทย์วัลลภ ยังตรง ให้ทนายนำใบรับรองแพทย์ แนบคำร้องขอเลื่อนอ่านคำพิพากษา เนื่องจากป่วย ศาลพิจารณาเห็นว่า อาการป่วยไม่ได้ร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อน และทำการอ่านคำพิพากษาลับหลังต่อหน้าทนาย ก่อนจะออกหมายจับ และให้เจ้าพนักงาน ติดตามตัวนายอริสมันต์ และนายแพทย์วัลลภ มาฟังคำพิพากษานี้อีกครั้ง ตอน 9 โมงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม 2562 พร้อมกับจำเลยอีก 7 คน ที่ไม่มาศาลวันนี้ โดยไม่แจ้งสาเหตุ

ส่วน พันตำรวจโทไวพจน์ อาภารัตน์ อดีตแกนนำ นปช.เดิมเป็น สส.พรรคเพื่อไทย ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เป็น สส.กำแพงเพชร วันนี้ยังคงเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติ ไม่ได้เดินทางไปศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฟังคำพิพากษา เนื่องจากไม่ได้รับหมายเรียก ทั้งนี้นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ก็ไม่ได้รับหมายเรียกเช่นกัน ศาลจึงให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้ง 3 คน ไปฟังคำพิพากษาพร้อมกัน ในวันที่ 31 ตุลาคม

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในกรณีนี้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา ถือว่าพันตำรวจโทไวพจน์ พ้นสภาพจากความเป็น สส. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีตามหมายจับ ไม่มีเอกสิทธิ์ คุ้มครอง กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม เนื่องจาก พันตำรวจโทไวพจน์ เป็น สส.ระบบแบ่งเขต