สนามข่าว 7 สี

พปชร.รับยากดึง สส.ย้ายขั้วหนุนรัฐบาล / พท.เตือน สส.อย่าคิดโหวตสวนพรรค-สอบตกแน่

กระแสข่าวพลังดูด สส. ให้ย้ายขั้ว ย้ายพรรค ที่ถูกจุดพลุเมื่อวันวาน ดูเหมือนจะดับลงแล้ว หลังต่างยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ยากมาก แต่ก็มีเสียงแห่งความมั่นใจ ให้รอดูโหวต พ.ร.บ.งบประมาณกลางเดือนหน้า มาเน้น ๆ 40 สส.

โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมายอมรับเรื่องนี้ว่าเป็นไปได้ยาก ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า หาก สส. ย้ายพรรค ก็จะทำให้ขาดสมาชิกภาพทันที ซึ่งต่างจากถูกขับออกจาก หรือถูกยุบพรรค ที่ยังสามารถหาพรรคสังกัดใหม่ได้

เรื่องการย้ายขั้วสลับข้างยังเป็นประเด็นต่อเนื่อง ที่กลายเป็นวิวาทะการเมืองระหว่างแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กับเพื่อไทย โดยหลัง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย ออกมาแฉว่า มีคลิปหลักฐานการเสนออามิสสินจ้างล่อใจ สส.เพื่อไทย ย้ายสังกัด ทำให้ พลเอก ประวิตร ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ท้าให้เปิดหลักฐานดังกล่าว แต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับจากพรรคเพื่อไทยในกรณีนี้

ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน หาก สส. เลือกใช้วิธีโหวตสวนมติพรรค ก็ต้องคิดถึงอนาคตตัวเองให้มาก เพราะการโหวตสวนแม้ไม่ขัดกฎหมาย แต่ถือว่าขัดต่อมารยาทและจริยธรรมการเมือง ซึ่งประชาชนอาจไม่ให้การยอมรับ

ทั้งนี้ ต้องจับตาการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วันที่ 17-20 ตุลาคมนี้ การลงมติครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก มีผลทางการเมือง เพราะหากร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านสภา รัฐบาลต้องลาออก หรือยุบสภาทันที จึงมีการเคลื่อนไหวเรื่องการรวบรวมเสียง สส. ต่างขั้วต่างพรรคไว้สำรองรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งมีรายงานว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐคุยไว้ว่ามีเสียงต่างขั้วสนับสนุน 40 เสียงแล้ว

และนี่จะเป็นครั้งแรกที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะถูกตรวจสอบการจัดทำงบประมาณ หลังตลอด 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ภายใต้ คสช. ทำให้ไม่มีสภาจากการเลือกตั้งตรวจสอบ

ส่วนควันหลงจาง ๆ จากการอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และแถลงนโยบายไม่แจงที่มางบประมาณนั้น ล่าสุด 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เดินหน้าต่อแล้ว โดยมีมติยื่น ป.ป.ช. สอบมาตรฐานจริยธรรมนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 กรณี เพื่อให้ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรฐานจริยธรรม ป.ป.ช. ต้องส่งเรื่องไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดยกร่างคำร้องเสร็จภายใน 2 สัปดาห์

ขณะที่ กกต. แผลงฤทธิ์แล้ว เมื่อให้ใบเหลือง กรุง ศรีวิไล จากพรรคพลังประชารัฐ ส่งศาลฎีกาพิจารณาต่อ

เป็นรายงานจากที่ประชุม กกต. ว่ามีมติสั่งให้เลือกตั้งใหม่หรือใบเหลือง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ กรณีคนใกล้ชิดใส่ซองช่วยงานศพเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. และ นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัคร สส. เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยทั้ง 2 กรณี กกต. กำลังร่างคำวินิจฉัยและคำร้องยื่นต่อศาลฎีกาพิจารณา

ทั้งนี้ หากศาลมีคำพิพากษายืนตาม กกต. ภายในเวลา 1 ปี ก็จะต้องคำนวณคะแนน สส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใหม่ แต่หากมีคำพิพากษาหลังพ้น 1 ปี ก็ไม่ต้องคำนวณคะแนนใหม่อีกครั้ง