สนามข่าว 7 สี

วุ่นไม่เลิก! ก.คลัง ยืนยัน ชิมช้อปใช้ ไม่ดูดเงินใช้หนี้เดิม

มีประเด็นกันทุกวัน ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) มีการส่งต่อข้อมูลที่อาจทำให้ประชาชนสับสน เกี่ยวกับการโหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในสื่อสังคมออนไลน์ บอกประชาชนอาจถูกหักเงินไปชำระสินเชื่อค้างจ่าย หรือหนี้เดิมได้

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่ากรณีมีการส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุข้อตกลงและเงื่อนไขของธนาคารกรุงไทย ที่ยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิ์หักเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งหมดทุกประเภทและทุกวงเงินผู้ขอใช้บริการที่มีอยู่ในธนาคาร เพื่อนำมาชำระหนี้ โดยธนาคารไม่ต้องแจ้งขอความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ขอใช้บริการนั้น

ข้อความดังกล่าว เป็นการเขียนสัญญาพื้นฐานของการทำสัญญาทุกประเภท รวมทั้งแอปพลิเคชันที่ใช้กับมาตรการ ชิมช้อปใช้ ยืนยันว่าการเข้าร่วมโครงการไม่เข้าข่ายที่ประชาชนจะถูกหักเงินจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อนำไปหักยอดสินเชื่อค้างชำระ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต, สินเชื่อบุคคล แม้กระทั่งลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ประชาชนที่รับสิทธิ์เงินกระตุ้นท่องเที่ยวสามารถใช้เงินได้อย่างสบายใจ

ส่วนการลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ ล่วงเลยเข้าสู่วันนี้ก็วันที่ 9 แล้ว ปรากฎประชาชนยังคงให้ควาสนใจเข้าลงทะเบียน กระทั่งเวลา 03.14 น. ยอดลงลงทะเบียนแตะ 1 ล้านคน และปิดการลงทะเบียนไปอย่างเรียบร้อยสำหรับวันนี้ (1 ต.ค.)

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท โฆษกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายน ลงทะเบียนไม่ผ่านกว่า 800,000 คน ส่วนคนที่ลงทะเบียนผ่านมีการใช้เงินแล้วกว่า 370,000 คน มียอดใช้จ่ายราว 294 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายผ่านร้าน OTOP, ร้านวิสาหกิจชุมชน, ร้านธงฟ้าประชารัฐ รองลงมาคือร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมียอดใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท, ส่วนโรงแรม, โฮมสเตย์ มียอดใช้จ่ายแล้วประมาณ 7 ล้านบาท

ส่วนกรณีมีข่าวประชาชนต้องต่อคิวนาน จนถึงขั้นทนไม่ไหวต้องทิ้งรถเข็นสินค้าภายในห้างค้าปลีกรายใหญ่ ล่าสุดทางผู้ค้าปลีกรายใหญ่แจ้งข่าวผ่านสื่อมวลชนว่า ล่าสุดได้ปรับระบบบริหารจัดการจุดชำระเงินเรียบร้อยแล้ว

ย้ำกันอีกครั้ง ฟังกันชัด ๆ อีกที คุณผู้ชมไม่ควรเข้าใช้บริการ หลังมีบางคนเปิดรับจ้างเข้าลงทะเบียน เพราะข้อมูลของคุณคือข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการให้ข้อมูลไปยังผู้อื่น นั่นหมายความว่าข้อมูลคุณถูกเปิดเผย และในอนาคตอาจตกอยู่ในมือของมิจฉาชีพ หรือผู้ไม่หวังดี ทางที่ดีควรลงทะเบียนเอง หรือมอบหมายให้ลูกหลานช่วยลงทะเบียนให้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีและสะดวกมากกว่า