เช้านี้ที่หมอชิต

พ่อคนขับกระบะชนพลิกคว่ำดับ 13 ศพ ขอโทษแทนลูกชาย ยอมรับลูกขับรถเร็ว

เช้านี้ที่หมอชิต - พ่อคนขับรถกระบะชนพลิกคว่ำ เสียชีวิต 13 ศพ ขอโทษครอบครัวเหยื่อ ยอมรับลูกขับรถเร็วมาก แต่ไม่ได้ประมาท และไม่ได้เมา เผยลูกชายบอกเสียใจมาก เหมือนตายทั้งเป็น

ความคืบหน้ากรณีรถกระบะนำนักศึกษาเทคนิคศรีสะเกษ ที่เลิกจากงานเลี้ยงฝึกงานเสร็จสิ้น และดูคอนเสิร์ตหมอลำกลับที่พัก เสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน และบาดเจ็บสาหัส 5 คน เหตุเกิดบริเวณปากซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ช่วงเที่ยงคืนครึ่งวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

พ่อของคนขับรถกระบะคันที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องกราบขอโทษครอบครัวผู้สูญเสียด้วย เท่าที่ถามลูกชาย บอกว่าไม่ได้ประมาท แต่ก็ขับรถมาเร็วจริง ๆ เมื่อถามว่าเมาหรือเปล่า ก็บอกว่าไม่ได้เมา ตอนนี้ตัวเขาเองหลังรู้เรื่องก็บ่นว่าอยากตายเหมือนกับที่เพื่อน ๆ เขาตาย เพราะแม้เขาจะมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น เขาก็เสียใจและก็นอนน้ำตาไหล ซึ่งก็ได้แต่ปลอบว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ต้องทำใจ ส่วนสาเหตุเท่าที่สอบถามลูกชาย ทราบว่า รถคันข้างหน้าขับช้า เขารีบก็เลยขับแซง พอแซงขึ้นไปเจอรถอยู่ข้างหน้า ก็ต้องหักหลบ รถจึงเสียหลัก

ผู้กำกับการ สภ.บางแก้ว บอกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานไปยังแพทย์เพื่อขอสอบปากคำคนเจ็บ เบื้องต้น คาดว่าจะสอบได้ 1-2 ปาก ส่วนคนขับรถอาการยังสาหัส เจ้าหน้าที่จะรีบสอบปากคำทันทีที่ทำได้ ส่วนหลักฐานจากกล้องวงจรปิด อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบตลอดเส้นทางที่รถกระบะขับพากลุ่มนักศึกษาออกจากงานคอนเสิร์ต และเตรียมให้ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจพิสูจน์ซากรถว่าสามารถระบุความเร็วรถก่อนเกิดอุบัติเหตุได้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหา ส่วนผลการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะ พบว่า แอลกอฮอล์ในเลือดมีปริมาณ 38 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยตรวจเมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลา 06.00 น. ซึ่งผลออกมาว่าไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด

ที่ จังหวัดศรีสะเกษ หลายครอบครัวที่สูญเสียลูกยังทำใจไม่ได้ เช่น ที่บ้านของนางสมใจ และ นายสมศักดิ์ พ่อและแม่ของ นายโกวิทย์ สิมลี หนึ่งในนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ต่างนั่งเฝ้าที่หน้าโลงศพของลูกชาย โดยเฉพาะแม่ของ "น้องวิทย์" ตั้งแต่ร่างของลูกถูกส่งมาถึงบ้าน ตั้งแต่ 03.00 น. เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) แม่ก็ไม่ไปไหน นั่งเฝ้าอยู่หน้าโลงศพ โดยไม่ยอมกินข้าว ได้แต่นั่งพูดผ่านโลงศพกับลูกชาย โดยที่น้องสาวต้องคอยนั่งปลอบอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา

นางสมใจ เล่าว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายได้ลงมาหาแม่ มาทานข้าวฝีมือแม่ และยังบอกด้วยว่าอร่อยมากที่สุด แม่ก็ได้แต่ยิ้มดีใจ และยังยินดียิ่งขึ้น เมื่อลูกบอกว่า หลังจากฝึกงานเสร็จแล้วจะกลับมาบวชให้พ่อแม่ แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น เพราะลูกจากแม่ไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ