News

ทำไมยังปล่อยให้มีการขายประทัดยักษ์?

บทเรียนซ้ำซาก! ทั้งนิ้วขาด, มือขาดและตาบอด เหตุใดยังปล่อยให้มีการขายสินค้าอันตรายอาทิ ประทัดยักษ์, ประทัดลูกบอล ฯลฯ ให้ทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่นำมาเล่นในช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษาและลอยกระทง

จากกรณีที่เด็กชายชั้น ป.6 นักเรียนโรงเรียนบ้านเป้าสำราญชัยวิทยา ต.บ้านเป้า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เล่นประทัดยักษ์ลูกบอลระเบิดใส่ใบหน้าจนส่งผลให้ตาบอดและตามลำตัวมีแผลเหวอะหวะหลายแห่งบาดเจ็บสาหัส แพทย์เตือนช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษาและลอยกระทง ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานโดยใกล้ชิด หากประสบเหตุอย่าทำการรักษาด้วยตนเอง รีบนำส่ง รพ.ใกล้ๆทันที และควรเอาจริงเอาจังและเข้มงวดกับการเอาผิดพ่อค้า-แม่ค้าที่ขายสินค้าอันตรายแบบนี้


จากกรณีที่เกิดเหตุเด็กชายพิชิต วงษ์วิจิตร(น้องเติ้ล) อายุ 12 บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านเป้าอำเภอเกษตรสมบูรณ์สภาพ จังหวัดชัยภูมิ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านเป้าสำราญชัยวิทยา ต.บ้านเป้า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ได้ถูกประทัดยักษ์ลักษณะคล้ายลูกปิงปอง ระเบิดใส่หน้าเละ บาดเจ็บสาหัส หวิดเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อตอนบ่ายเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ นพ. เดชวิทย์ ใจประเสริฐ จักษุแพทย์โรงพยาบาลภูเขียว อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ชี้แจงผลการรักษาน้องพิชิตว่า ได้รับตัวเข้าทำการรักษาและสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ แต่น้องพิชิตต้องเสียดวงตาด้านขวาไปหนึ่งข้าง เนื่องจากสภาพบาดแผลฉีกขาดและลึกจนต้องควักลูกตาทิ้ง แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าอาจส่งผลเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนมือด้านซ้ายทั้ง 5 นิ้ว ได้ทำการต่อนิ้วและเย็บแผลครบทุกนิ้วแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้านต้องรอดูอาการก่อน

นพ. เดชวิทย์ ยังฝากเตือนถึงผู้ปกครองให้ดูแลเอาใจใส่ลูกหลานเป็นพิเศษโดยเฉพาะช่วงใกล้ออกพรรษาและเทศกาลลอยกระทง ตลอดจนผู้ที่มีความจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด หากประสบเหตุอย่าทำการรักษาด้วยตนเอง ต้องรีบนำส่งรพ. ใกล้ๆทันที และนำเศษชิ้นส่วนบรรจุถุงพาสติกแช่น้ำแข็งมาด้วยเพื่อจะได้ทำการเย็บต่ออวัยวะให้ใช้งานได้ต่อไป

เมื่อเร็วๆนี้ที่จังหวัดมหาสารคาม ยังมีกรณีเด็กชายวัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บนิ้วขาด จากแรงระเบิดจากการจุดประทัดยักษ์ลูกบอลกลมๆคล้ายลูกปิงปอง ทางผู้ปกครองแสดงความไม่พอใจอย่างมาก ที่ร้านค้าในหมู่บ้านนำประทัดยักษ์ลูกบอล มาขาย  และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดไม่่ให้มีการขายประทัดยักษ์รูปแบบต่างๆ เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายของเด็กๆ ลำพังจะฝากความหวังให้ผู้ปกครองดูแลเด็กตลอดเวลาคงเป็นไปไม่ได้