สนามข่าว 7 สี

ครอบครัวลันลาเบล ฟังผลชันสูตร อัจฉริยะ มอบหลักฐานทั้งคลิป-แช็ตลับ

เมื่อวานครอบครัวของ "ลันลาเบล" พริตตีสาวที่เสียชีวิต เข้าไปพูดคุยกับแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ เพื่อรับทราบผลการตรวจร่างกาย และสาเหตุการเสียชีวิต แต่สุดท้ายแล้วแพทย์ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดผลตรวจให้ญาติทราบ ต้องไปสอบถามกับพนักงานสอบสวนเอง เพราะได้ส่งผลตรวจไปให้แล้ว

นางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ มารดา และครอบครัวของนางสาวธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลันลาเบล เข้าพบแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดการชันสูตรศพ หลังจากญาติติดใจสงสัยในหลายประเด็น โดยเฉพาะผลการชันสูตรพลิกศพที่มีรายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้ และผลการชันสูตรที่ตำรวจชี้แจงไม่ตรงกันหลายอย่าง ซึ่งญาติใช้เวลาพูดคุยกับแพทย์นานกว่า 2 ชั่วโมง

หลังการพูดคุยญาติปฎิเสธให้สัมภาษณ์ก่อนจะเดินทางกลับทันที มีเพียงนายพงศา ราตรี ทนายความครอบครัวลันลาเบล เปิดเผยข้อมูลว่า ครอบครัวได้รับทราบถึงกระบวนการและขั้นตอนการทำงานของแพทย์ ซึ่งทางญาติเข้าใจระดับหนึ่งและพอใจในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนของผลการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ได้ส่งให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว และให้ทางญาติไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนเอง เป็นการชี้แจงขั้นตอนการทำงานเท่านั้น

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไปยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมในคดีนี้ เพราะเป็นคดีที่เกิดขึ้นใน 2 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ และนนทบุรี ทำให้การทำงานอาจมีการตกหล่นบางอย่าง และผู้ต้องหาอาจนำไปเป็นประเด็นในการต่อสู้คดี 

นายอัจฉริยะ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนได้เสียกับผู้ใด ที่ผ่านมาตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1 จะทำคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพราะคดีมีความเกี่ยวพันต่อเนื่องกันใน 2 พื้นที่ จึงมองว่าหากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนร่วมจะเป็นประโยชน์มากกว่า เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะนำเรื่องอำนาจของพนักงานสอบสวนมาต่อสู้คดี ซึ่งจะเป็นข้อเสียเปรียบกับฝั่งผู้เสียหาย

ด้าน พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนรับมอบหนังสือ บอกว่า จะส่งหนังสือนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ชี้ชัดถึงช่วงเวลาการเสียชีวิต ซึ่งจะทำให้คดีมีความชัดเจนมากขึ้น

หลังจากนั้น นายอัจฉริยะ นำหลักฐานในคดีไปมอบให้ พันตำรวจเอก นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของลันลาเบล โดยหลักฐานที่นำมามอบให้มีทั้งคลิปและแช็ตลับในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ ที่เชื่อว่านายน้ำอุ่น ผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง แต่ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังหลงเหลืออยู่อีกอย่างน้อย 4 คน