ข่าวในประเทศ

พรรคฝ่ายค้านยันไม่เคยปลุกปั่นยุยงเตรียมฟ้องกลับหากบิดเบือน

จากกรณีที่ กอ.รมน. แจ้งความ 7 พรรคฝ่ายค้าน โดยกล่าวหาว่าปลุกปั่นยุยง  ล่าสุดนายวันมูหะหมัด นอร์มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติยืนยันพรรคฝ่ายค้าน ไม่เคยคิดแก้รัฐธรรมนูญหมวดหนึ่งและหมวดสอง หากบิดเบือนเตรียมฟ้องกลับ  

นายวันมูหะหมัด นอร์มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ  หนึ่งในแกนนำ  7 พรรคฝ่ายค้านที่กอ.รมน.แจ้งข้อกล่าวหา ม.116 ยุยงปลุกปั่น ยืนยันว่า การจัดเวทีเสวนาของพรรคฝ่ายค้านเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยในฐานะบทบาทของนักการเมือง เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญมีความบกพร่องอย่างไร แล้วรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อเสนอญัตติขอแก้ไขต่อสภาฯ  7 พรรคฝ่ายค้านยืนยันมาตลอดว่า การแก้ไขจะไม่แตะต้องในหมวดที่ 1 และ 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และบทบาทของอำนาจรัฐ  ดังนั้นการดำเนินการเปิดเวทีเสวนาของพรรคฝ่ายค้านก็เป็นไปตามกฎหมาย  ไม่มีประเด็นที่จะไปยุยงปลุกปั่นประชาชน

ส่วนกรณีนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ ซึ่งร่วมขึ้นเวทีเสวนาระบุว่า “ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ “ เป็นเพียงความเห็นของนักวิชาการ ไม่ใช่ความเห็นจาก7 พรรคฝ่ายค้าน สิ่งที่นางชลิตาพูดจะต้องรับผิดชอบเอง  

สำหรับเรื่องของการดำเนินคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย  แต่หากมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงก็อาจจะมีการฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาททั้ง กอ.รมน. รวมทั้ง แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

ขณะที่พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสมช. ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย และเป็นหนึ่งในผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดี ยืนยันว่า จะแจ้งความกลับในข้อหาหมิ่นประมาท บิดเบือนข้อเท็จจริง  เพราะเห็นว่าการตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวของ กอ.รมน. เป็นการลุแก่อำนาจและอาจเคยชินกับการมีอำนาจตามมาตรา 44 ทั้งที่ขณะนี้ไม่ได้มีอำนาจตามมาตรา 44 แล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าการจัดสัมมนาของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ไม่มีข้อความใดหรือการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการยุยงปลุกปั่น รวมถึงไม่มีการพาดพิงเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญในหมวด 1 และ 2 ด้วย