ประเด็นเด็ด 7 สี

รวบแล้ว หนุ่มหัวร้อนชกหน้าหญิงขับเก๋ง-คว้าประแจทุบรถเสียหาย อ้างป่วยทางจิต

ประเด็นเด็ด 7 สี - ความคืบหน้ากรณีหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ ก่อเหตุชกหน้าหญิงคนขับรถเก๋งที่ขับตามหลังมา ทั้งที่อีกฝ่ายพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แล้วยังทุบรถจนกระจกแตกเสียหาย ล่าสุดตำรวจสามารถจับตัวชายคนดังกล่าวได้แล้ว อ้างตัวเองป่วยทางจิต โมโหที่อีกฝ่ายขับรถจี้ท้ายแล้วไม่ยอมคุยเจรจา ติดตามรายงานจากคุณสิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

เกือบ 22.00 น. คืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดภายในซอยลาดกระบัง 54 ย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร บันทึกภาพชายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีขาว ซึ่งกำลังขี่รถอยู่บนถนน ค่อย ๆ ชะลอแล้วจอดรถ ขวางหน้ารถยนต์สีดำที่ขับตามหลังมา จากนั้นเขาเดินลงจากรถตรงมาที่รถยนต์คันดังกล่าว

ในช่วงเวลาเกิดเหตุเพื่อนของหญิงคนขับรถที่นั่งมาด้วยกัน ถ่ายคลิปจากภายในรถ ขณะชายคนดังกล่าวมายืนอยู่ด้านข้างประตูฝั่งคนขับ แล้วพูดจาโวยวาย ให้ลดกระจกลง ก่อนชกเข้าที่ใบหน้าของหญิงคนขับรถทันที ทั้งที่เธอพยายามขอโทษและยกมือไหว้

กล้องวงจรปิดตัวเดิม จับภาพหลังชายคนนี้ชกเข้าไปที่ใบหน้าของหญิงสาว จากนั้นทำท่าจะเดินกลับไป แต่เปลี่ยนใจหยิบประแจจากกระเป๋าสะพายทุบเข้าไปที่กระจกรถจนแตก แล้วฟาดเข้าที่กระจกมองข้างก่อนใช้เท้าเตะจนกระเด็น

เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับหญิงคนขับรถและเพื่อนสาว เพราะไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะลงมือทำร้าย เพียงแค่เธอเปิดไฟเพื่อขอทาง ทั้งที่เธอพยายามขอโทษไปก่อนแล้ว

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ (8 ต.ค.) ตำรวจ สน.จรเข้น้อยจับตัวชายที่ก่อเหตุ อายุ 33 ปี ที่บ้านพักย่านลาดกระบัง พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนคุมตัวมาสอบสวน เขาอ้างว่าตัวเองมีอาการป่วยทางจิต วันเกิดเหตุกำลังขี่รถมาทิ้งขยะ ระหว่างนั้นคู่กรณีขับรถจี้ท้าย เลยตัดสินใจจอดรถแล้วลงไปพูดคุย โดยอยากรู้ว่าขับรถตามมาทำไม แต่อีกฝ่ายไม่คุยด้วย จึงโมโหชกสั่งสอนไป 1 ครั้ง

เขาบอกอีกว่า หลังก่อเหตุ เดินกลับไปที่รถ ก่อนจะย้อนกลับมาเพื่อเจรจาขอรับผิดชอบคู่กรณี แต่เห็นอีกฝ่ายยังพูดคุยกับเพื่อนจึงคิดว่าไม่สนใจ จากนั้นเขาคว้าประแจทุบเข้าไปที่กระจกรถ 3 ครั้ง แล้วใช้เท้าถีบกระจกมองข้างระบายอารมณ์ ก่อนขี่รถออกไป ผ่านไปสักพัก เขาย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ เพื่อดูสภาพว่ามีอะไรเสียหาย โดยไม่ตั้งใจทำลายหลักฐาน พร้อมยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านตำรวจเปิดเผยว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาขังตัวเองอยู่ในห้องและปิดประตูเงียบ ตำรวจต้องให้ญาติมาเกลี้ยกล่อมแต่ไม่สำเร็จ จนต้องใช้คีมตัดเหล็กตัดเข้าไปก่อนจับตัว

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า ชายคนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิต เคยเข้ารับการรักษาเมื่อหลายปีก่อน เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้อื่นรับบาดเจ็บ นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย