สนามข่าว 7 สี

กล้าลองกล้าลุย : อาชีพคนในบ่อปลาสลิด จ.สมุทรสาคร ตอน 3

วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ตามต่ออีกวันกับอาชีพคนในบ่อปลาสลิด ที่จังหวัดสมุทรสาคร สัปดาห์ที่แล้วนำเสนอไป 3 อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับปลาสลิด ยังเหลืออีกหนึ่งอาชีพขั้นเทพ คือ ขั้นตอนการแปรรูปปลาสลิดที่เราคุ้นเคยกันดี ว่ากันว่าอาชีพนี้ยิ่งขยันเท่าไหร่ รายได้ดีเท่านั้น ไปติดตามชมพร้อมกันใน "กล้าลองกล้าลุย"

วันนี้ กล้าลองกล้าลุย พร้อมกับทีมงาน เราตามกันต่อ พามาที่ล้งปลาสลิด ของเจ๊ปุ๊ ลมัย สุนทร แหล่งแปรรูปปลาสลิดแห่งใหญ่ ที่ทุกวันนี้ยังได้รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน หมู่ 2 บ้านชัยมงคล จังหวัดสมุทรสาคร ปลาสลิดสด ๆ จากบ่อจะถูกลำเลียงมาที่นี่ ผ่านอาชีพสุดท้ายก่อนนำไปขาย

อาชีพคนรับจ้างแปรรูปปลาสลิด อาชีพที่ 4 ของคนในบ่อปลาสลิด อาชีพที่อาศัยทักษะความไว และความสามารถเฉพาะตัว ในการทำงานแลกกับค่าจ้างรายวัน เบื้องหน้าของแต่ละคนจึงเต็มไปด้วยกองปลาสลิดกองโต ตามเนื้อตามตัว บนศีรษะ มีเกล็ดปลากระเด็นกระดอนมาติดเต็มไปหมด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา

อาชีพนี้จะเริ่มงานกันตั้งแต่เช้า ผ่านอุปกรณ์พิเศษที่ดัดแปลงจากทัพพี โดยตัดขอบให้แหลมและคม สำหรับเอาไว้ขอดเกล็ดปลาได้ง่ายขึ้น ทุกคนจะได้รับปลาสลิดครั้งละ 10 กิโลกรัม เมื่อทำเสร็จก็มาเบิกใหม่อีกเรื่อย ๆ คนรับจ้างเกือบ 100 คน ที่ผ่านการทำงานมานานหลายปี แทบจะพูดได้ว่าทุกคนคือมืออาชีพ ทำงานกันไวมาก ๆ การขอดเกล็ดปลาจำนวน 10 กิโลกรัม จึงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ

มือใหม่หัดทำงานแบบผม ค่อนข้างเก้ ๆ กัง ๆ มาก ต้องระวังครีบปลา และอุปกรณ์ที่แหลม ๆ คม ๆ จะทิ่มมือเราเอาได้

ปลาที่ขอดเกล็ดเสร็จแล้ว จะต้องตัดหัว พร้อมกับควักไส้ออกให้หมด ถึงจะถือว่าเสร็จเรียบร้อย หัวปลาถ้าไม่ตัดทิ้งจะทำให้ปลาเสียเร็ว โดยเฉพาะการนำไปแปรรูปทำเป็นปลาแดดเดียว ถ้าตากไม่ดี ปลาก็จะมีกลิ่น ยิ่งถ้ามีหัวปลาอยู่ด้วย อาจต้องใช้เวลานานกว่าเดิม ทุกวันนี้จึงไม่นิยมมีหัวปลาสลิดให้เห็น

อาชีพนี้ยิ่งทำได้ไว และได้เยอะเท่าไหร่ ก็จะได้เงินมากเท่านั้น เพราะทุก 10 กิโลกรัม ของปลาที่ขอดเกล็ดตัดหัวเรียบร้อย จะได้ค่าจ้าง 25 บาท มีเวลาทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยิงยาวจนถึง 4 โมงเย็น เป็นอย่างต่ำ แล้วแต่ว่าปลาจะมากหรือน้อยในแต่ละวัน

ต่อวัน บางคนทำได้เยอะสุดกว่าครึ่งตัน หรือ 500 กิโลกรัมขึ้นไปก็มี จากนี้ไปปลาถูกจะนำไปล้างทำความสะอาด แล้วดองน้ำเกลือ ปิดทับด้วยน้ำแข็ง ทิ้งไว้ 2 คืน ก็ถือเป็นอันใช้ได้ หน้าตาของปลาสลิดพร้อมขายก็จะเป็นแบบนี้ ซึ่งก่อนส่งขายจะนำมาคัดขนาด คัดไซซ์ก่อน ถึงตอนนี้ราคาขายปลีกก็เริ่มขยับขึ้นแล้ว

ทุกวันนี้ ปลาสลิดบ้านแพ้ว กลายเป็นของขึ้นชื่อที่มีพ่อค้าแม่ขายมารับซื้อถึงที่ล้ง เจ๊ปุ๊ ลมัย เจ้าของล้งปลาสลิด บอกว่า ส่งขายกันทีหลายหมื่นกิโลกรัม ทุกส่วนของปลาสลิดสามารถทำเงินได้หมด

นี่แหละ แม้แต่ไข่ของปลาสลิดเองก็ขายได้ ในราคากิโลกรัมละ 140 บาท ส่วนที่เห็นมีไข่อยู่เต็มตัวปลา เคล็ดลับก็คือแยกไข่กับตัวปลาไปตากแดดจัด ๆ เพียงแดดเดียวก่อน แล้วถึงใส่ไข่เข้าไปในตัวปลาอีกที

เจ๊ปุ๊ บอกว่า ถ้าวันไหนแดดจัด ๆ จะดีมาก เพราะยิ่งแดดจัดมากเท่าไหร่ ก็จะใช้เวลาตากไม่นาน ทำให้ปลาไม่มีกลิ่น ถือเป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารที่มีมาแต่โบราณ ที่สำคัญ ห้ามให้โดนฝนเด็ดขาด เพราะปลาอาจจะเสียได้

ถึงตอนนี้ คงไม่แปลกใจแล้ว กว่าปลาสลิดจะถึงมือของทุกท่านได้ ทำไมราคาถึงขึ้นหลายเท่าตัว เพราะแต่ละอาชีพมีต้นทุนทั้งนั้น ปิดท้ายวันนี้ด้วยเมนูยั่วน้ำลาย ปลาสลิดแดดเดียวทอด กรอบ ๆ เหลือง ๆ น่ารับประทาน