{channel_category} {/channel_category} ข่าวสืบนครบาลบุกทลายเซียงกงกลางเมืองกาญจน์ยึดของกลางเพียบ
ข่าวต่างประเทศ

สืบนครบาลบุกทลายเซียงกงกลางเมืองกาญจน์ยึดของกลางเพียบ

ตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาลบุกตรวจค้นอู่เซียงกงรายใหญ่กลางจังหวัดกาญจนบุรี หลังมีผู้เสียหายร้องเรียนรถถูกขโมยแลสัญญาณ GPS ของรถตนดับที่อู่แห่งนี้ พบมีอะไหล่รถยนต์ที่ถูกชำแหละและซากรถยนต์ 40 กว่าคัน  จึงยึดไว้ตรวจสอบและขยายผลว่าเชื่อมโยงกับแก๊งลักรถหรือไม่

ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พลตำรวจตรีสันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอก นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล สั่งการให้ พันตำรวจเอก พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2, พันตำรวจโท ยิ่งยง มีคุณ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 พร้อมด้วย พันตำรวจโท จักรี ศรีนะวงศ์ สารวัตรสืบสวนสอบสวน 2 และพันตำรวจตรี วุฒิพันธ์ ผอบทอง สารวัตรสืบสวนสอบสวน 2 ร่วมกันนำกำลังตำรวจ พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นอู่เซียงกงแห่งหนึ่ง ในตำบลท่ามะกา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

สืบเนื่องจากทางพลตำรวจตรีสันติ มอบหมายพร้อมกำชับให้กวดขันเรื่องขบวนการนำรถยนต์ซึ่งได้มาโดยผิดกฎหมาย มาชำแหละขายเป็นอะไหล่ พร้อมให้ติดตามจับกุมขบวนการดังกล่าวมาดำเนินคดีให้อย่างสิ้นซาก กรณีนี้ทางตำรวจได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย มาขอความช่วยเหลือหลังรถยนต์หายไป แล้วพบว่ารถคันนี้ได้มีการติดระบบติดตาม GPS ไว้ ทางตำรวจจึงเปิดใช้โปรแกรมดังกล่าว ปรากฎว่ารถคันนี้ได้ถูกเคลื่อนย้ายมาแล้วสัญญาณดับที่อู่ดังกล่าว

จากนั้นทางพันตำรวจโท ยิ่งยง ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา จึงนำกำลังตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 2 ไปตรวจสอบยังอู่แห่งนี้ พบว่าเป็นอู่ขายอะไหล่รถรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นางสาวเอ (นามสมมุติ) ภรรยาเจ้าของอู่เซียงกงแห่งนี้แสดงตัวเป็นผู้ดูแล เมื่อทำการตรวจค้นพบว่ามีอะไหล่รถยนต์ที่ถูกชำแหละ ซากรถยนต์ 40 กว่าคัน พร้อมคัสซีรถยนต์อีกเป็นจำนวนมาก จึงทำการตรวจยึดซากรถยนต์และคัสซีรถยนต์ไว้เพื่อทำการตรวจสอบหาที่มาของรถแต่ละคัน นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีคนงานของอู่ดังกล่าว ทราบชื่อ นายสรรเสริญ หรือคิม รุงเกียรติรัศมี มีหมายจับของศาลจังหวัดสตูลข้อหา"ทำร้ายร่างกายผู้อื่น"จึงควบคุมตัวไว้ด้วย

จากการสอบสวนนางสาวเอให้การว่า ซากรถยนต์และโครงคัสซีดังกล่าวได้มาจากการซื้อรถยนต์ที่อยู่ในสภาพดีและราคาถูก จากนั้นจะนำมาชำแหละเพื่อนำอะไหล่ที่ได้ไปขายต่อ ส่วนถามว่ารู้หรือไม่ว่ามีรถของผู้เสียหายที่หายไปนั้น เจ้าตัวตอบเพียงจำไม่ได้ว่าคันไหนเป็นคันไหน เพราะมีรถเข้ามาชำแหละหลายคันมาก

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการตรวจสอบของกลางที่ทำการตรวจยึดมาอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากมีแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบอีกว่าทางอู่ลักษณะนี้ มักจะรับซื้อรถที่หนีไฟแนนซ์, รถเช่าที่มีสภาพใหม่ แล้วมาชำแหละขายเป็นอะไหล่ จึงต้องทำการขยายผลหาผู้กระทำความผิดในคดีนี้ต่อไป