สนามข่าว 7 สี

คนร้ายขโมยรถ จยย.พ่วงข้าง ซิ่งหนีพลาดเกิดอุบัติเหตุ จ.นครศรีธรรมราช

เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่โชคไม่เข้าข้างคนร้าย หลังขโมยไปเกิดอุบัติเหตุ จนตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้

คนร้ายขโมยรถ จยย.พ่วงข้าง ซิ่งหนีพลาดเกิดอุบัติเหตุ จ.นครศรีธรรมราช
นายภักดี อินทร์จันทร์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างหายไป หลังจอดไว้ที่บริเวณตลาดบัวตอง ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ได้โดยง่ายดาย เนื่องจากเจ้าของรถเสียบกุญแจทิ้งไว้

ตำรวจแจ้งเหตุไปยัง สภ.ทุกพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเร่งหาเบาะแสคนร้าย ล่าสุดวานนี้ (10 ต.ค.) ตำรวจ สภ.พระพรหม อำเภอพระพรหม รับแจ้งเหตุ เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ตำรวจตรวจสอบพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันที่ถูกคนร้ายขโมยไป

ต่อมาทราบชื่อคนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง คือ นายซิเบล ชวาจิตร อายุ 31 ปี ให้การว่าตนเองเป็นชายในภาพจากกล้องวงจรปิดจริง เนื่องจากคิดว่าเป็นรถของตนเอง และมาทราบว่าไม่ใช่รถของตนเองหลังเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากผู้ต้องหาให้การวกวน จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมาย

คนร้ายบุกค้นบ้าน 2 หลัง ขโมยทรัพย์สิน จ.กระบี่
จังหวัดกระบี่ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือแฝง และเก็บหลักฐานร่องรอยของคนร้าย ภายในบ้านเลขที่ 41/1 และบ้านเลขที่ 41/13 ในพื้นที่ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง หลังถูกคนร้ายตัดกุญแจ และเข้าไปรื้อค้นขโมยทรัพย์สินไปจำนวนมาก โดยตำรวจพบไขควงถูกทิ้งไว้ 1 อัน ซึ่งคาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนร้ายคนเดียวกัน

นางสาวอิศรา สืบเพ็ง อายุ 23 ปี เจ้าของบ้านหลังแรก เล่าว่า ช่วงค่ำวานนี้ (10 ต.ค.) พบว่ากุญแจที่ล็อกบ้านถูกตัดจนขาด ภายในบ้านข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย และมีทรัพย์สินสูญหายไปคือ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่อง, พระเครื่องเหรียญรุ่นเก่า ๆ และธนบัตรที่สะสมไว้ รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทหายไป

ด้าน นางสาวเสาวนีย์ กาหลง อายุ 26 ปี เจ้าของบ้านอีกหนึ่งหลัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร เล่าว่า กุญแจที่ล็อกบ้านถูกตัดเช่นกัน ภายในห้องถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย ตรวจสอบมีทรัพย์สินหายไปคือ โทรทัศน์ขนาด 43 นิ้ว 1 เครื่อง และนาฬิกา 1 เรือน มูลค่ารวม 20,000 บาท ซึ่งตำรวจจะเร่งสืบสวนหาเบาะแส เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว