เตือนภัยโรคหูดับเฉียบพลัน

วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 01:42 น.

Views

เปิ้ล นาคร ศิลาชัย โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม "หูดับเฉียบพลัน ไม่ทราบสาเหตุ คุณหมอบอกภายใน 7 วัน ถ้าหากรักษาไม่หาย หูก็จะไม่ได้ยินไปตลอดชีวิต ขออนุญาตหยุดทำการ 7 วัน แล้วก็เขียนเพิ่มเติมว่า ใครรู้จักโรคนี้บ้างติดแฮชแท็ก อุปสรรคมีไว้พุ่งชน

ล่าสุด เปิ้ล นาคร ไลฟ์สดเฟซบุ๊ก เล่าอาการ บอกว่า คุณหมอขอให้งดใช้โทรศัพท์ ระยะหนึ่ง เพราะหูข้างที่ใช้ได้อยู่ตอนนี้ ต้องรักษาไว้ หมอไม่อยากให้ดับทั้งสองข้าง

อาการที่เกิดขึ้น เป็นโรคหูดับเฉียบพลัน และคุณเปิ้ลเล่าว่า อาการเกิดจากตอนที่ไปช่วยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี พอกลับมา จู่ๆ ก็เป็นไข้ ไปหาหมอแล้วหมอบอกว่าติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด แต่ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำท่วมที่ไปช่วย ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำ เพราะน้ำสะอาด แต่ช่วงนั้น ประชุมงานบ่อยมากไม่ได้พักผ่อน แล้วก็ไปอยู่กลางแดดนาน แล้วก็บินไปต่างประเทศติดๆ กัน

คุณเปิ้ลเล่าต่อว่า พอเริ่มรู้สึกเพลียๆ ก็ไปตรวจ วันที่ไปตรวจเริ่มรู้สึกหูอื้อ นึกว่าน้ำเข้าหูตอนซ้อมเจ็ตสกี พอยกโทรศัพท์โทรหาภรรยา ปรากฏว่าเสียงไม่ได้ยินไปข้างหนึ่ง ลองเปลี่ยนเป็นหูฟังอีกข้างก็ได้ยินปกติ

จากนั้นไปอีกงาน ก็เริ่มรู้สึกว่าเสียงมันซ่าไปหมดเลย อื้ออึงจากนั้น ลูกตะโกนเรียก หูก็ได้ยินไม่ปกติแล้ว กลับไปโรงพยาบาลอีกรอบ คุณหมอสรุปว่า เกิดอาการหูดับเฉียบพลัน โอกาสหาย 50-50

โรคหูดับเฉียบพลันเป็นอย่างไร ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุวัจนา อธิภาส หัวหน้าสาขาวิชาโรคหูโสตประสาท การได้ยิน และการทรงตัวภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า อาการโดยทั่วไปแล้ว ถ้าไม่ได้ยิน หรือได้ยินน้อยลงทันทีภายใน 3 วัน เรียกว่าโรคหูดับเฉียบพลัน โรคนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่พบมากใน ผู้สูงอายุ สาเหตุ เป็นไปได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส หรือเลือดไปเลี้ยงหูชั้นในไม่ดี เซลล์ประสาทหู และหูขาดเลือดเส้นเลือดอุดตันนี่ อาจเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่พอ อ่อนเพลีย หรือไม่ทราบสาเหตุ ก็คือภาวะการได้ยินประสาทรับเสียงเสื่อม โดยไม่มีสาเหตุ

อาการจะเริ่มจากหูข้างหนึ่งได้ยินน้อยลง แล้วก็มีเสียงดัง หึ่ง ๆอื้ออึงในหูเล็กน้อย - ปานกลาง ไปถึงหูหนวกเลยก็ได้ ถ้าได้รับการรักษา มีโอกาสที่จะดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้ายังไม่หายก็มีแนวโน้มดีขึ้นยาก ขึ้นอยู่กับความรุนแรง

แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วย หลีกเลี่ยงเสียงดัง ถ้าเป็นโรคเบาหวาน โรคเลือด โรคแพ้ภูมิตัวเอง ต้องควบคุมโรคให้ดี หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจ ลดอาหารเค็ม งดสูบบุหรี่ พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ หาวิธีลดความเครียด วิตกกังวล

และอย่างที่คุณหมอแนะนำว่า ถ้ามีอาการได้ยินผิดปกติ แล้วมาพบแพทย์เร็ว 2 สัปดาห์แรก นี่สำคัญ ถ้าได้รับการรักษาเหมาะสมมีโอกาสกลับมาได้ยินตามปกติ สำคัญเลยอย่านิ่งนอนใจ เพราะถ้ามารักษาช้าไปอาจถึงหูหนวก หูตึงถาวรได้

ขอบคุณภาพ Facebook : Ple Nakorn
ขอบคุณภาพ IG : ple_nakorn