แจงดราม่า ปูเสื่อนอนกลางดินในโรงพยาบาล

วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 01:42 น.

Views

ทีมข่าว 7HD เดินทางไปที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สอบถามคุณยายกันหา สอนแม่น หนึ่งในผู้ป่วยมะเร็งที่มารอรับการรักษา

พบว่าเดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม โดยคุณหมอนัดฉายแสงช่วงบ่ายที่ผ่านมา จึงเดินทางมารอล่วงหน้า 1 วัน พอมาถึงโรงพยาบาล ก็พบว่าอาคารที่เป็นเรือนพักญาติผู้ป่วย อยู่ระหว่างการรื้อทุบ เพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ ตนและลูกชายไม่รู้จะไปพักที่ไหนจึงได้นำเสื่อและมุ้งมากางนอนพักค้างคืนอยู่ด้านนอก เพื่อรอเข้ารับการรักษาแต่เช้า ลำบาก-แต่ก็ต้องทนเอา

ไม่ต่างจากนางนิภาภรณ์ วงศ์บุตร ญาติของผู้ป่วยรายหนึ่งบอกเดินทางมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พอรู้ว่าตึกพักญาติผู้ป่วยมีการทุบ ก็ได้แวะไปดูโรงแรมใกล้ๆโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งราคาหลายร้อยบาท ตนเองฐานะยากจนจ่ายไม่ไหว เพราะปกติมาใช้บริการค้างแรมที่ตึกพักญาติ จ่ายแค่คืนละ 5 บาท มีที่นอนไม่ต้องตากฝน ตากยุง มีห้องน้ำให้เข้า จึงตัดสินใจกลับมาโรงพยาบาลปูเสื่อนอนบริเวณตึกคนไข้ เหมือนครอบครัวอื่นๆ ก็อยากให้ตึกสร้างเสร็จเร็วๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด

ล่าสุดคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชี้แจงว่าโรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นโรงพยาบาลประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีคนไข้จาก 20 จังหวัดเดินทางมารักษาจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันที่พักของผู้ป่วยและญาติมีไม่เพียงพอ ทางโรงพยาบาลจึงมีโครงการก่อสร้างปรับปรุงตึกที่พักญาติเดิม ให้มีขนาดใหญ่และเพิ่มจำนวนห้องพักกว่า 400 ยูนิต รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ก่อนหน้านี้ ทางโรงพยาบาลได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยและญาติทราบแล้วว่าจะมีการรื้อถอนและสร้างอาคารหลังใหม่ ตามกำหนดการเดิมคือรื้อในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง แต่ปรากฏว่าผู้รับเหมาเข้ามารื้อถอนเร็วกว่ากำหนด จึงเกิดปัญหาขึ้นดังกล่าว

เบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ประชุมหารือกัน โดยให้ผู้รับเหมาหยุดทำการรื้อถอนอาคารไปก่อน และให้เป็นไปตามกำหนดการเดิม คือเข้ารื้อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ระหว่างนี้จะอนุญาตให้ผู้ป่วยและญาติสามารถเข้าใช้อาคารหลังดังกล่าว ทั้งปูเสื่อ กางมุ้ง กางเต็นท์ และใช้ห้องน้ำได้ และจะสำรวจดูอาคารอื่นๆ ในโรงพยาบาลเพิ่ม เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ผู้ป่วยและญาติมาพักอยู่ชั่วคราว

สำหรับอาคารหลังใหม่ที่จะสร้างขึ้น มีกำหนดแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า งานนี้ทางโรงพยาบาลคงต้องยื่นมือช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยและญาติไปก่อน รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ ให้ผู้ป่วยและญาติได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม หากจะต้องมาพักค้างคืนเพื่อรอการรักษาที่โรงพยาบาล จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง