อัจฉริยะควงพริตตีสาว หอบหลักฐานร้องปอท. สอบเสี่ยท็อป

วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 13:24 น.

Views

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาพริตตีสาวอดีตภรรยาคนล่าสุด พร้อมหลักฐานการอ้างแสดงทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก มาขอให้ ตำรวจ ปอท. ตรวจสอบว่าเป็นภาพจริง หรือปลอมแปลงเพื่อใช้หลอกลวง หากพบว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมฯ ก็จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ ขณะที่รองผู้บังคับการ ปอท. ขอเวลา 1 สัปดาห์ตรวจสอบ ก่อนแจ้งกลับให้มาดำเนินคดีได้หรือไม่

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย น.ส. ดาริน พริตตีสาว อดีตภรรยา นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ที่ถูกหลอกให้จัดงานแต่งงาน ก่อนถูกทิ้งให้ต้องใช้หนีสิ้นรวมกว่า 3.5 ล้านบาท เดินทางเข้า พบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายทรัพย์สิน เช่นรถหรู เงิน เครื่องบิน บัญชีความเคลื่อนไหวทางการเงิน วุฒิการศึกษา บ้านหรู ที่เสี่ยท็อป เคยมีการโพสต์ภาพออกทางสื่อออนไลน์รวมถึงที่มีการส่งให้กับนางสาวดาริน ดูเพื่ออ้างว่า ตนเองมีทรัพย์สินดังกล่าวไว้ครอบครอง ซึ่งการขอให้ตรวจสอบในครั้งนี้อยากให้ตรวจสอบว่า มีจริงหรือไม่ และเช้าเงื่อนไขความผิดใดที่สามารถดำเนินการทางคดีได้หรือไม่

ส่วนสาเหตุที่ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เพราะว่าได้ปรึกษากับทนายความและพนักงานสอบสวนกองปราบแล้วว่า ยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงและไม่เข้าเงื่อนไขการรับคดีของกองปราบปราม ที่ต้องมีมูลค่าความเสียหาย 5 ล้านขึ้นไป และคดีต้องมีความซับซ้อน

ขณะที่นายอัจฉริยะ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่านายท็อป ตั้งแต่ปี 2559 พบว่า เคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้กับผู้เสียหายรายหนึ่งในจังวัดราชบุรี ซึ่งมีความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายอายจึงไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และจากการตรวจสอบประวัตินายท็อป ไม่พบว่ามีการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจตามที่อ้าง นอกจากนี้ยังพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทุกคน มีการตั้งข้อสังเกตุว่านายท็อปมีการพยายามทำให้กลายเป็นความผิดทางคดีแพ่ง ไม่เข้าเงื่อนไขคดีอาญา จึงเชื่อว่านายท็อป มีที่ปรึกษาทางกฏหมาย

ส่วนที่มาข้อให้ปอท.ตรวจสอบภาพทรัพย์สินต่างๆ นี้ เพื่อตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขความผิดใดหรือไม่และภาพเหล่านี้มีการนำไปใช้ในเงื่อนไขการหลอกหลวงผู้เสียหายหรือไม่ เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการแจ้งความเอาผิดต่อไป ซึ่งส่วนตัวพร้อมเจอนายท็อป หากเดินทางกลับถึงไทย เนื่องจากมีคำถามที่อยากสอบถามหลายประเด็น ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า การข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่ต้องมีผู้เสียหายเข้ามาดำเนินการแจ้งความเอาผิดทางพนักงานสอบสวน ถึงจะดำเนินการแจ้งความได้ การตรวจสอบในครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบครบทุกมิติ ทั้งภาพจริงภาพเท็จและมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเสียหายบ้าง จากนั้นก็จะประสานผู้เสียหาย ว่า สามารถดำเนินคดีตามความผิดพ.ร.บ.คอมฯได้หรือไม่

Tag : เสี่ยท็อป ปอท หลอกแต่งงาน ทรัพย์สิน