เจาะประเด็นข่าวค่ำ

จับพ่อตีลูกชายวัย 10 ขวบ แผลเต็มตัว! อ้างโมโห เอานมโรงเรียนไปขาย ซื้อประทัด

เมื่อวานนี้ (10 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปโรงพยาบาลบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ หลังได้รับแจ้งว่ามีพ่อแท้ๆ ใช้ไม้เรียวตีลูกจนเป็นแผลเต็มตัว ถูกส่งตัวมารักษา พบเด็กชายอายุ 10 ขวบ มีบาดแผลทั่วตัว ทั้งที่แขน ขา ใบหน้า หู และหลัง บางจุดมีรอยเลือดซึมเป็นที่น่าสลดใจ 

จากการสอบถามทราบว่า เด็กชายคนดังกล่าวเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลกู่สวนแตง ส่วนแผลที่เห็นเขายอมรับว่าถูกพ่อใช้ไม้เรียว และไม้แขวนเสื้อตี เนื่องจากโมโหที่เขาแอบเอานมที่โรงเรียนแจกให้ดื่มช่วงปิดเทอมไปขาย ได้เงินมา 70 บาท และนำเงินไปซื้อประทัดมาจุดเล่นกับเพื่อน ที่ผ่านมาถูกพ่อตีหลายครั้ง แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ รู้สึกกลัวไม่อยากอยู่กับพ่อ เพราะกลัวจะถูกตีอีก

ต่อมา ตำรวจเรียกผู้เป็นพ่ออายุ 48 ปี มาสอบปากคำที่ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ เขายอมรับว่าใช้ไม้ตีลูกจริง แต่เป็นการสั่งสอนไม่ใช่ทำร้าย เนื่องจากโมโหที่ลูกชายแอบขโมยเอานมที่โรงเรียนแจกให้ไปขาย และนำเงินไปซื้อประทัดมาเล่น จึงใช้ไม้ตีสั่งสอนลูก ไม่มีเจตนาทำร้าย เพราะเขาทำงานรับจ้างทั่วไป บางวันไม่มีใครจ้างก็ไม่มีรายได้ จึงอยากให้ลูกเก็บนมที่โรงเรียนแจกให้ฟรีเอาไว้ดื่ม และยอมรับว่าที่ผ่านมาใช้ไม้ตีสั่งสอนหลายครั้งจริง เพราะลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง แอบหนีไปเที่ยวเล่นจนค่ำมืดไม่กลับบ้าน

ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจลงพื้นที่สอบปากคำญาติ และชาวบ้านใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าพ่อมีพฤติกรรมทำร้ายลูกชายตามที่ถูกแจ้งความไว้หรือไม่ เพื่อประกอบสำนวนคดี พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำเด็ก เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ไม่ให้เด็กถูกกระทำรุนแรงซ้ำอีก
   
ย่าอายุ 73 ปี ของเด็กชายอายุ 10 ขวบ บอกว่า หลังจากหลานถูกพ่อตีก็วิ่งมาขอความช่วยเหลือ ในสภาพมีรอยเขียวช้ำ และบาดแผลเต็มตัว จึงตกใจมากไม่คิดว่าลูกชายจะลงโทษหลานรุนแรงขนาดนี้ ที่ผ่านมาเคยเห็นลูกชายตีหลานหลายครั้ง แต่ไม่หนักเท่าครั้งนี้ เธอเตือนลูกชายแล้วแต่ก็ไม่ฟัง พร้อมยอมรับว่าลูกชายเป็นคนโมโหร้าย ทำให้เธอไม่อยากคุยด้วย ส่วนการลงโทษหลานครั้งนี้เธอจะไม่ปกป้อง ขอให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมาย และขอดูแลหลานชายเอง

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย และปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เนื่องจากต้องรอผลตรวจจากแพทย์อีกครั้ง หากพบว่าเด็กมีอาการสาหัสก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป