ห้องข่าววาไรตี้

รายงานพิเศษ : ปลาร้าไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

นอกจาก พริก, กะปิ, เกลือ และน้ำตาล แล้ว "ปลาร้า" ก็ถือเป็นอีกวัตถุดิบที่หลายบ้าน จะต้องมีติดครัวไว้ให้อุ่นใจ โดยเฉพาะชาวอีสาน ที่ยกให้เมนู "ส้มตำปูปลาร้า" รสแซ่บขึ้นแท่นเป็นอาหารจานหลักประจำบ้าน ด้วยรสชาติและกลิ่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ปลาร้า ได้รับความนิยมไปแพร่หลายไปทั่วทุกภาคของไทยไม่เพียงเฉพาะคนอีสานเท่านั้น แถมยังมีแนวโน้ม ที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ทำให้การผลิตปลาร้า ขยายตัวเติบโตจากธุรกิจเล็กๆ ระดับครัวเรือน กลายเป็นธุรกิจ ขายกันมากถึง 40,000 ตันต่อปี มูลค่าในตลาดก็ไม่น้อย แต่ละปีมากกว่า 800 ล้านบาททีเดียว

และด้วยความที่คนไทยไปอาศัยอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ตอนนี้ปลาร้าไทยโดงดังไกลไปสู่สากล กลายเป็นวัตถุดิบก้นครัวฝรั่ง เช่น สหรัฐอเมริกา, สหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางไปแล้ว ส่วนประเทศที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทย ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมๆ แล้ว มูลค่าการส่งออกปลาร้าไทยในตลาดอาเซียนมีมากกว่า 20 ล้านบาทต่อปี

แต่การที่ปลาร้าไทยจะก้าวออกสู่โลกกว้างได้อย่างยั่งยืนนั้น ก็ต้องมีเกณฑ์กำหนดคุณภาพที่เป็นมาตรฐาน เพื่อใช้อ้างอิงการซื้อขายได้ด้วย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช.จึงร่วมกับกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร "ปลาร้า" ขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตปลาร้าไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานตามแบบฉบับสากล

สำหรับปลาร้าที่ได้มาตรฐาน จะมีข้อกำหนดเกณฑ์คุณภาพ ได้แก่ลักษณะทั่วไป,สี,กลิ่น และรสชาติ รวมถึงปริมาณเกลือ หรือ โซเดียมคลอไรด์ ก็จะต้องมีไม่น้อยกว่า 18% โดยน้ำหนัก ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อโรคได้ ที่สำคัญต้องไม่มีตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ด,ตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ และต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน ไม่ว่าจะเป็น เส้นผม, ดิน, ทราย ,กรวด, แมลง หรือมอด กระทั่งวัตถุกันเสีย

เกณฑ์ดังกล่าว จะใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงการค้า ทั้งตลาดในประเทศ และการส่งออกสู่ต่างประเทศ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ที่สำคัญยังสามารถขยายตลาดผลิตภัณฑ์ปลาร้าไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย เพียงเท่านี้ ปลาร้าไทย ก็โกอินเตอร์ ได้อย่างสบายๆ