News

รพของโทษส่องมอบศพสลับกัน

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ส่งมอบศพนางสาวอ้ม เตาตีทอง อายุ 47 ปีชาวบ้านโนนมาลัย ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ สลับกับศพของนางละม่อม  อินสำราญ  อายุ 75 ปี  ชาวบ้านบ้านอาลัง ต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่รอบคอบของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ 

นายแพทย์รักเกียรติ ประสงค์ดี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า วันนั้นมีศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ ที่ห่อศพเรียบร้อยแล้ว ซึ่งโรงพยาบาลยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการส่งมอบศพให้ญาตินำกลับบ้าน และเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ให้ญาติเปิดผ้าห่อศพเพื่อตรวจความถูกต้องว่าใช่ศพญาติของตนเองหรือไม่ ซึ่งตามขั้นตอนในการส่งศพให้กับญาติ ต้องมีการยืนยันจากญาติโดยการเปิดผ้าห่อศพก่อนทำการส่งมอบให้กับญาติ แต่หลังจากที่โรงพยาบาลทราบถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ  ได้รีบประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้รีบนำศพไปสลับศพให้ถูกต้องในวันเกิดทันที

หลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น นายแพทย์สมชัย อัศวสุดสาคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ได้กล่าวขอโทษญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ครอบครัว ที่เกิดการสลับศพกันขึ้น โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำบันทึกรายงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ขณะที่นายศักดิ์ดา เตาตีทอง อายุ 58 ปี พี่ชายของ น.ส.อ้ม เล่าถึงวันที่รู้ว่าศพที่รับมาจากโรงพยาบาลไม่ใช่น้องสาวว่า หลังน้องเสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วยโรคประจำตัว ญาติจึงพากันไปรับน้องสาวตอน 5 โมงเย็นของวันที่ 10 ตุลาคม 2562 และก็รีบนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านทันที โดยไม่มีการเปิดผ้าห่อศพเพื่อตรวจสอบก่อนำศพออกจากโรงพยาบาล มารู้ว่ามีการส่งมองศพสลับกันอีกทีก็ตอนที่รถของหน่วยกู้ชีพ อบต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน ขับมาจอดงานศพและขอแลกเปลี่ยนศพ น.ส.อ้ม ที่อยู่ในโลงกับศพของนางละม่อม ที่อยู่ในรถกู้ชีพ ทำให้ทั้งญาติและชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างตกใจและงงไปตามๆ กัน เพราะไม่คิดว่าศพที่ตั้งบำเพ็ญกุศลจะเป็นศพคนอื่น เมื่อเปิดโลงศพก็พบว่าเป็นศพของหญิงชราที่สลับกันมาจริง จึงรีบทำการเปลี่ยนศพกันคืน     

นายพิสิทธิ์ อินสำราญ อายุ 37 ปี ลูกชายของนางละม่อม ที่ศพสลับกัน เล่าว่าหลังจากแม่เสียชีวิตวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 5 โมงเย็น  ครอบครัวได้ติดต่อรถกู้ชีพ อบต.วังเหนือ เพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ วันนั้นมีศพออกมาไล่เลี่ยกัน 3 ศพ แต่ละศพก็ถูกห่อด้วยผ้าขาวมิดชิดแต่ไม่มีชื่อติดไว้ที่ศพ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าดำเนินการศพให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถรับศพกลับได้เลย ญาติของผู้เสียชีวิตจึงทยอยนำศพขึ้นรถ ซึ่งศพนางละม่อมเป็นศพที่ 3 ที่นำขึ้นรถและก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนเมื่อนำศพไปถึงวัดปลัดปุ๊ก ต.วังเหนือ เพื่อจะประกอบพิธีรดน้ำศพ สัปเหร่อที่วัดได้เปิดศพออกดูแล้วแจ้งกับญาติว่าไม่ใช่ศพของนางละม่อม บรรดาญาติพี่น้องต่างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงรีบกลับไปสอบถามที่โรงพยาบาลจนทราบว่าศพสลับกันกับศพของ น.ส.อ้ม ที่บ้านโนนมาลัย  จึงได้ไปขอเปลี่ยนศพคืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ดูแลเรื่องศพ เพราะไม่ติดชื่อให้เรียบร้อย โชคดีศพที่สลับกันอยู่ไม่ไกลมากนักไม่งั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทางญาติได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา